สรุปชัด! มูลสัตว์แต่ละชนิด บำรุงพืชต่างกันยังไง?
.
การใช้ปุ๋ยคอกดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่เชื่อไหมครับว่าการหยิบมูลสัตว์มาใช้แบบสุ่มโดยไม่ดูความต้องการของพืช อาจส่งผลเสียต่อพืชโดยไม่รู้ตัวทำให้ต้นไม้โทรมแทนที่จะเขียวขจี เพราะมูลสัตว์แต่ละชนิดมีระดับธาตุอาหารและพลังงานความร้อนที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง วันนี้มาไขข้อข้องใจกันครับว่า พืชแบบไหนควรคู่กับมูลสัตว์ชนิดใด ถึงจะโตไวและให้ผลผลิตดก
.
1. มูลวัว
มูลวัวเปรียบเสมือนอาหารเสริมที่เน้นการปรับโครงสร้างดินให้แข็งแรง เนื่องจากวัวกินหญ้าเป็นหลัก ในมูลวัวจึงเต็มไปด้วยอินทรียวัตถุและจุลินทรีย์ที่ช่วยให้ดินร่วนซุย ไม่เกาะตัวเป็นก้อนแข็ง
• เหมาะสำหรับการบำรุงในระยะยาว พืชกินผล และไม้ยืนต้น
• การใช้มูลวัวช่วยแก้ปัญหาดินดานได้ดีเยี่ยม หากต้องการให้ได้ผลสูงสุด ควรนำมูลวัวไปทำเป็นปุ๋ยหมักแบบกลับกอง เพื่อทำลายเมล็ดวัชพืชที่ติดมากับทางเดินอาหารของวัว จะช่วยลดภาระการถอนหญ้าในภายหลังได้มหาศาล
.
2. มูลไก่
ถ้าต้องการเสริมการแตกยอดและบำรุงใบต้องยกให้มูลไก่ เพราะไก่กินอาหารที่มีโปรตีนสูง ทำให้มูลที่ออกมามีธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเข้มข้นกว่าชนิดอื่นมาก พืชจะดูดซึมไปใช้สร้างเซลล์ใบและขยายลำต้นได้อย่างรวดเร็ว
• เหมาะสำหรับผักสวนครัว ผักสลัด และพืชที่ต้องการเร่งยอด
• เนื่องจากมูลไก่มีความเป็นกรดและเค็มค่อนข้างสูง วิธีใช้ที่ปลอดภัยที่สุดคือการทำน้ำหมักมูลไก่ โดยการนำมูลไก่แห้งใส่ถุงตาข่ายแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำน้ำที่ได้มาเจือจางเพื่อรดโคนต้น จะช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารทันทีโดยไม่เสี่ยงเรื่องรากไหม้
.
3. มูลสุกร
มูลสุกรโดดเด่นมากในเรื่องของฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างรากและกระตุ้นการออกดอก หากใช้ในจังหวะที่เหมาะสมจะช่วยให้พืชติดผลดกและมีรสชาติที่ดีขึ้น
• เหมาะสำหรับไม้ผลช่วงก่อนออกดอก และพืชลงหัว เช่น มันเทศ ขิง ข่า
• มูลสุกรมักมีความชื้นสูงและมีกลิ่นเฉพาะตัว เทคนิคการใช้คือการผสมกับรำข้าวหรือแกลบดิบเพื่อช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นระหว่างการหมัก เมื่อนำไปใส่ในพืชหัวจะช่วยให้หัวมีขนาดใหญ่และผิวเรียบเนียนขึ้น
.
4. มูลแพะและมูลแกะ
เป็นมูลสัตว์ที่มีธาตุโพแทสเซียมเด่นกว่าชนิดอื่น ช่วยให้ลำต้นแข็งแรงและช่วยเรื่องการเคลื่อนย้ายแป้งไปสู่ผล ที่สำคัญคือเป็นปุ๋ยที่ค่อนข้างเย็นและปลดปล่อยธาตุอาหารช้าๆ อย่างต่อเนื่อง
• เหมาะสำหรับไม้ดอก ไม้ประดับ และต้นไม้ที่บอบบาง
• มูลแพะที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแข็งสามารถนำไปโรยบนผิวหน้าดินได้โดยตรงสำหรับไม้กระถาง เพราะจะค่อยๆ ย่อยสลายทุกครั้งที่รดน้ำ เป็นการให้ปุ๋ยแบบละลายช้าตามธรรมชาติ ไม่ต้องเติมบ่อยๆ
.
เทคนิคการใช้ปุ๋ยคอกให้ได้ผลดี
1. การนำมูลสัตว์ที่เพิ่งออกจากฟาร์มไปใส่โคนต้นทันทีเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะกระบวนการย่อยสลายจะเกิดความร้อนสูง ซึ่งความร้อนนี้จะทำให้รากพืชเสียหายและต้นโทรมได้ ควรพักมูลสัตว์ทิ้งไว้ในที่ร่มจนหายร้อน โดยผ่านการหมักสมบูรณ์ ก่อนนำไปใช้เสมอ
2. ในระหว่างการหมักปุ๋ยคอก หากผสมน้ำหมักชีวภาพ หรือจุลินทรีย์ท้องถิ่นลงไปด้วย จะช่วยลดกลิ่นและเร่งการย่อยสลายให้เร็วขึ้น จากที่ต้องรอหลายเดือน อาจเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็พร้อมใช้งาน
3. ปุ๋ยคอกที่แห้งแล้วควรเก็บในกระสอบและวางไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท การปล่อยให้ปุ๋ยคอกโดนแดดจัดหรือฝนชะล้าง จะทำให้ธาตุอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจนระเหยหายไปกับอากาศจนเกือบหมด ทำให้เหลือเพียงกากใยที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อพืช
.
การเลือกใช้มูลสัตว์ให้ถูกประเภทและถูกจังหวะ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พืชผักในสวนเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่และแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศในดินให้กลับมาสมบูรณ์อย่างยั่งยืน การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการนำไปหมักให้สมบูรณ์ก่อนใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องโรคพืชและแมลงศัตรูพืชได้มหาศาล ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ในสวนดูนะครับ รับรองว่านอกจากจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยแล้ว ยังได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภคอย่างแน่นอนครับ
.