อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ชูแนวทาง 3 R วัดสิงห์ Model เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน
11 ส.ค. 2569
0
0
อำเภอวัดสิงห์จังหวัดชัยนาทชูแนวทาง
อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ชูแนวทาง 3 R วัดสิงห์ Model เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน

อำเภอวัดสิงห์ ชูแนวทาง 3 R วัดสิงห์ Model
เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน

อำเภอวัดสิงห์ โดยนายวรวุฒิ จันทร์สว่าง นายอำเภอวัดสิงห์ ได้นำเสนอแนวทาง 3 R วัดสิงห์ Model ได้แก่

(R1) Realize คือ สร้างการตระหนักรู้ ให้เกษตรกรเกิดการตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาในมิติต่างๆ โดยประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาคีเครือข่ายระดับอำเภอและระดับตำบล ร่วมถึงผู้นำชุมชนและเกษตรกร ร่วมกันส่งเสริมให้ความรู้ และรณรงค์ จัดอบรมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เกิดการตระหนักรู้ ข้อดีข้อเสีย และข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการเผาในพื้นที่การเกษตร

(R2) Re-Habit คือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เข้าสู่การทำการเกษตรปลอดการเผา โดยใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟาง สูตร(จันทร์สว่าง 2 3 6) มุ่งสู่การทำการเกษตรปลอดการเผา เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพืช ลดพื้นที่ทำนาปลูกพืชอื่นทดแทนข้าว เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง แตงโม และพืชผักอื่นๆ

(R3) Reuse คือ นำวัสดุเหลือใช้มาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ไถกลบ ทำปุ๋ยหมัก ผลิตฟางอัดก้อน เลี้ยงสัตว์ วัสดุปลูก ส่งโรงงานชีวมวล รวมถึงการจัดการฟางอย่างง่ายสร้างมูลค่าเป็นแนวทางเพื่อลดปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน การปลูกข้าว 1 ไร่ จะมีปริมาณฟางข้าวและตอซัง โดยเฉลี่ย 650 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซัง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่าง ๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย การเผาฟางนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

โดยเป้าหมายสำคัญของ 3 R วัดสิงห์ Model คือทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้เข้าใจถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เผา และส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร สำหรับตอซังและฟางข้าวเป็นวัสดุที่ย่อยสลายง่าย เลยประยุกต์ผลิตสูตรจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว จากผลิตภัณฑ์ พด.โดยใช้ พด. 2,3,6 นำมาหมักเพื่อขยายเชื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์ฯ

ในสูตรจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว (จันทร์สว่าง 2 3 6) นี้จะมีกลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายเซลลูโลส ประกอบด้วยจุลินทรีย์ประเภทแบคทีเรีย รา และแอคติโนมัยซิส และกลุ่มจุลินทรีย์ป้องกันกำจัดโรคพืช จึงมีหลายภาคส่วนร่วมกันหานวัตกรรมใหม่ มาช่วยในการย่อยสลายช่วยลดต้นทุน และต้องปลอดภัยทั้งเกษตรกร ปลอดภัยต่อพืช ไม่มีสารตกค้างต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

โดยปกติแล้วฟางข้าว (650 ถึง 1,000) กิโลกรัม มีปริมาณธาตุอาหารหลักของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน 6.90 กก.ต่อไร่ ฟอสฟอรัส 0.8 กก.ต่อไร่ และโพแทสเซียม 15.60 กก.ต่อไร่ และยังมีปริมาณธาตุอาหารรองของพืชได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ ซึ่งเมื่อย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุจะปรับเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินเพิ่มขึ้น (คิดเป็นมูลค่า 725 บาทต่อไร่)

เมื่อไถกลบลงดินหรือทำการหมักกลับสู่ดิน และยังเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ซึ่งอินทรียวัตถุนี้มีบทบาทสำคัญต่อการปรับปรุงโครงสร้างและความอุดมสมบูรณ์ ของดิน เป็นผลทำให้คุณภาพของดินดีขึ้น และส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการซื้อปุ๋ย เป็นวงจรการปรับปรุงบำรุงดิน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน

ตกลง