ประชาสัมพันธ์ “บ้านไร่เปี่ยมสุข” จังหวัดลพบุรี ต้นแบบการปลูกมะขามเทศเงินล้าน.
1 ก.ค. 2563
687
0
ประชาสัมพันธ์“บ้านไร่เปี่ยมสุข”
ประชาสัมพันธ์ “บ้านไร่เปี่ยมสุข” จังหวัดลพบุรี ต้นแบบการปลูกมะขามเทศเงินล้าน.

“มะขามเทศ” เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ทนทานต่ออากาศร้อนแห้งแล้งได้ดี ให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีแคลเซียมและวิตามินอีสูง เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์กับร่างกาย

สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ได้ยกย่อง “คุณก้อย-ทิพย์วรรณ สลุงอยู่” เกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรคนเก่งที่เป็นต้นแบบในการปลูกไม้ผล โดยเฉพาะ มะขามเทศ ทุกวันนี้ คุณก้อยมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต กิ่งพันธุ์ ถ่านผลไม้และน้ำส้มควันไม้เพิ่มขึ้นทุกปี หลังหักต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือผลกำไรสุทธิต่อปี มากกว่าล้านบาททีเดียว ผลงานที่โดดเด่นทำให้คุณก้อยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาทำสวนระดับจังหวัด รางวัลเกษตรกรดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2562 และรางวัลชมเชย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ 2563 สาขาทำสวนกทม. ไม่ใช่คำตอบของชีวิต

หลังเรียนจบปริญญาตรี ด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คุณก้อย ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. เพื่อเก็บออมเงินสร้างครอบครัว

แต่วันหนึ่งคุณก้อยค้นพบว่า การสร้างอนาคตที่ กทม. ไม่ใช่คำตอบของชีวิตอีกต่อไป จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงาน กลับมาอยู่บ้านและสร้างธุรกิจเกษตร เริ่มจากขายปุ๋ยอินทรีย์ แต่แข่งขันราคาสู้เอกชนรายใหญ่ไม่ไหว ก็ต้องเปลี่ยนมาทำไร่อ้อย

ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิต คุณก้อยตัดสินใจลงทุนปลูกมะขามเทศ เพื่อเป็นรายได้เสริม เพราะเป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตเร็ว ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงคุณก้อย ตัดสินใจปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพู หลังปลูกไปได้ 2 ปี มะขามเทศออกผล ปรากฏว่าไม่ใช่พันธุ์สีชมพูที่ต้องการ จึงตัดถอนทิ้งทั้งหมด และลงทุนซื้อกิ่งพันธุ์ตามต้องการจากสวนโดยตรง จำนวน 500 ต้น นำมาปลูกบนเนื้อที่ 20 ไร่ ด้วยความเชื่อและทัศนคติในการทำการเกษตรที่มีต่อๆ กันมา ว่าต้องใช้สารเคมีเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช ต้องใส่ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีจำนวนมาก

เนื่องจากความไม่รู้และต้องการมีรายได้แบบหวังรวย ทำให้คุณก้อยมีต้นทุนในการซื้อปุ๋ยและสารเคมีราคาแพง ช่วงนั้น คุณก้อยขายผลผลิตให้แม่ค้าได้แค่ 6,500 บาท แต่มีค่าจ้างคนงานมากถึง 6,000 บาท เท่ากับว่าคุณก้อยขายผลผลิตได้แค่ 500 บาท เท่านั้น ยังไม่ได้ค่าปุ๋ย และค่าต้นทุนแรงงานของตัวเองเลยเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คุณก้อยหันมาปรับปรุงรูปแบบการจัดการสวนมะขามเทศอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2559-ปัจจุบัน คุณก้อย ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการทำเกษตร

โดยบำรุงดูแลมะขามเทศปลอดสารพิษ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สีชมพู พันธุ์ขาวใหญ่ พันธุ์จัมโบ้ และพันธุ์พุทธบาท จากเดิมปลูก 500 ต้น ก็ลดปริมาณการปลูกมะขามเทศลง เหลือ 200 ต้น เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลจัดการ ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ดีขึ้นขณะเดียวกัน คุณก้อย หันมาสร้างแบรนด์ “ไร่เปี่ยมสุข” ให้กับผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงอัตลักษณ์สินค้า ให้ติดตลาด-การทำตลาดออนไลน์ ผ่านทาง Page Facebook ทำให้เกิดช่องทางการตลาดที่หลากหลายยิ่งขึ้น-การส่งผลผลิตผ่านช่องทางเคอรี่ (Kerry) ช่วยขยายฐานลูกค้าและมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีไร่เปี่ยมสุข ปลูกมะขามเทศแบบเว้นระยะห่าง 8×8 เมตร ขุดหลุมลึกโดยประมาณ 30 เซนติเมตร ปลูก 45 องศาโดยประมาณ เฉียงตามลมหน้าฝน เนื่องจากต้นมะขามเทศส่วนมากเป็นต้นตอนไม่มีรากแก้ว จึงต้องปลูกเฉียง เพื่อไม่ให้ต้นโค่นล้มลงโดยง่าย ปลูกให้สูงจากดินไม่มาก ช่วงแรกปลูกให้ดินเป็นหลุมเพื่อที่จะได้มีพื้นที่สำหรับรดน้ำ การรดน้ำเมื่อต้นยังเล็กรดน้ำวันเว้นวันการปลูกที่ไร่เปี่ยมสุขไม่ได้รองก้นหลุม เนื่องจากพื้นที่ที่ปลูกมีแมลงใต้ดินอยู่มาก หากใส่เศษใบไม้ที่ยังไม่ย่อยสลายอาจเป็นตัวกระตุ้นให้แมลงมาทำลายรากได้

อีกทั้งมะขามเทศเป็นพืชที่หากินธาตุอาหารจากผิวดิน จึงเน้นการบำรุงที่ผิวดินมากกว่า การปลูกที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม การชักนำการออกดอก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ไร่เปี่ยมสุข จะฉีดสารบิวเวอเรีย และน้ำส้มควันไม้ไล่แมลง และฉีดฮอร์โมนไข่ เพื่อชักนำให้เกิดการออกดอกก่อนฤดูกาล ทำให้ได้ราคาดีกว่าช่วงอื่นๆ

ช่วงเก็บฝัก เป็นช่วงที่สาคัญ โดยให้น้ำวันเว้นวัน และฉีดสารชีวภัณฑ์เพื่อไล่แมลง โดยปกติจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม-เมษายน แต่ทางสวนสามารถเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม-เมษายน

ตกลง