คนชัยนาททำไร่นาสวนผสมแบบคนขี้เกียจ ทำน้อยแต่ได้มาก
18 พ.ย. 2563
210
0
คนชัยนาททำไร่นาสวนผสมแบบคนขี้เกียจ ทำน้อยแต่ได้มาก
คนชัยนาททำไร่นาสวนผสมแบบคนขี้เกียจ ทำน้อยแต่ได้มาก

ธรรมชาติ มีความหลากหลายของพืชพรรณที่ขึ้นปะปนกันไป อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ร่วมกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ก็สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดฤดูที่ผ่านไป การเลียนแบบธรรมชาติในการทำไร่นาสวนผสม ด้วยการปลูกพืชหลายชนิดปะปนกัน โดยคำนึงถึงชนิดของพืชแต่ละชนิดว่ามีจะเจริญโตได้ดีในสภาพเช่นใด ซึ่งการวางแผนและระบบนั้นจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง  เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการตลอดไปทุกระยะตั้งแต่การปลูก การดูแลบริหารจัดการน้ำ ปุ๋ย การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง การจัดทำไร่นาสวนผสมแต่คนจะมีความแตกต่างกัน

เช่น “สวนธรรมพอดี” เป็นสวนที่อยู่ท่ามกลางกลางทุ่งนามีพืชหลากหลายปลูกปะปนกัน หลายคนมองเห็นแล้วนึกเสียดายพื้นที่และตำหนิในเริ่มแรกที่พบเห็นสวนที่รกรุงรัง คิดว่าเจ้าของสวน “ขี้เกียจ” ไม่ดูแล แต่พบว่า เจ้าของสวนนี้ มีผลผลิตพืชหลายชนิดวางจำหน่ายในตลาดนัดเป็นประจำคุณนิตยา บุญจันทร์ เกษตรกรวัย  41  ปี เกษตรกรต้นแบบการบริหารจัดการศัตรูพืช ประจำศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรอำเภอหันคา (ศพก.) บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า หลังจากจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ได้ทำงานกับบริษัทดังใน กทม. แต่เมื่อพบกับสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจใน ปี 2540 จึงคิดได้ว่าเป็นสภาพที่ไม่มั่นคงเพราะกิจการไม่ใช่ของตัวเอง

จึงหันกลับคืนสู่บ้านเกิดเพื่อประกอบอาชีพทำนา เริ่มแรกทำเหมือนกับเพื่อนเกษตรกรทั่วไป แต่เมื่อตรวจสอบรายรับจากการจัดทำบัญชีฟาร์ม พบว่า มีรายได้เกือบขาดทุน ไม่ได้ค่าแรงที่ทำลงไป แต่เมื่อได้ศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9  ซึ่งเข้ารับการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เนืองๆ กอปรกับการมีภาระหนี้สินสะสม จึงเล็งเห็นประโยชน์และแนวทางการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นทางออกให้กับการลดภาระหนี้สิน เพราะเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบคิดซึ่งมุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตนเองได้รวมถึงการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนเกิดความยั่งยืน ส่วน คำว่า พอเพียง คือการดำเนินชีวิตแบบสายกลาง โดยตั้งอยู่บนหลัก 3 ประการ ในแผนภูมิเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข นั่นคือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี และต้องประกอบด้วยความรู้และคุณธรรม ซึ่งแนวคิดนี้คือการไม่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเองได้และเผื่อแผ่ไปถึงสังคมรอบข้างเราและเมื่อเราสามารถทำตัวเป็นตัวอย่างได้แล้ว เราก็จะสามารถพาคนรอบข้างเราผ่านวิกฤติต่างๆ ไปได้อย่างมีความสุขในแบบทำให้ดู อยู่ให้เป็น เพื่อทำให้ทุกคน “กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด”

ตกลง