อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ UPOV1991 คืออะไร
15 ต.ค. 2569
80
0
อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่
อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ UPOV1991 คืออะไร

อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ UPOV1991 คืออะไร

#ไขความจริง UPOV
สืบเนื่องจากที่มีการแชร์ข้อมูลว่า "การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อผิดกฎหมาย" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ดังนี้
* การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อและขายผลผลิตยังทำได้ เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ (Seed) ไว้ปลูกต่อในรอบปีถัดไป และสามารถขายผลผลิต (Grain) ได้ตามปกติ
* ขอบเขตการคุ้มครองไม่ครอบคลุมทุกพันธุ์ สิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (PBR/PVR/PVP) จะคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์เท่านั้น ไม่รวมถึง พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์ท้องถิ่น และพันธุ์การค้าทั่วไป
* สิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ (Farm Saved Seed - FSS) กฎหมายมีข้อยกเว้นรองรับ ทั้งในส่วนของการใช้ประโยชน์ส่วนตัว การวิจัย ทดลอง หรือปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงสิทธิพิเศษของเกษตรกรรายย่อย (Farmers’ Privilege)
ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ: การขยายและขายเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์ที่มีการคุ้มครองสิทธิ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ ถือเป็นการละเมิดกฎหมาย
สรุป: ข่าวที่ว่าเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อมีความผิดนั้น "ไม่เป็นความจริง" เกษตรกรยังคงมีสิทธิในการเลือกซื้อ และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เพาะปลูกได้ตามวิถีเดิม
แหล่งที่มา : กรมวิชาการเกษตร

UPOV = more choices for farmers
#วัตถุประสงค์การส่งเสริมให้มีการวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ภายใต้ระบบUPOV ไม่ได้มุ่งเพื่อให้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้อย่างเสรี แต่เป็นการกระตุ้นดึงดูดให้มีการลงทุนพัฒนาพันธุ์พืชคุณภาพสูง เพื่อรับมือกับปัญหานานาที่เกิดขึ้นในระบบการผลิตพืช เช่น
- ผลผลิตตกต่ำ
- สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะรุนแรงขึ้น
- การระบาดของโรคแมลง
- รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นต้น

ดังนั้นเงื่อนไขการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อของเกษตรกร ในข้อ 15(2) จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเกษตรกรรายย่อย ตามความเหมาะสม สมเหตุสมผล เพื่อไม่ปิดโอกาสในการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ใหม่ มีพันธุ์ใหม่เติมมาในระบบ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในการใช้บ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย ไม่ใช่หรือ?

เกษตรกรสูญเสียอะไร : ไม่สูญเสียอะไรเลย พันธุ์พืชเดิม พันธุ์พืชท้องถิ่น พันธุ์การค้าทั่วไป ใช้ได้ตามปกติ
เกษตรกรได้อะไร : ได้โอกาสเข้าถึงพันธุ์ที่พัฒนาดีขึ้น ได้โอกาสในการเลือกใช้ เลือกซื้อ ตามความต้องการ

โดยสรุปเป็นข้อดีข้อเสีย ดังนี้
ตัวเลือกที่ 1 พันธุ์เก่า พันธุ์เดิม พันธุ์ท้องถิ่น พื้นเมือง พันธุ์ทั่วไป
ข้อดี ไม่จำกัดการใช้ เก็บใช้ได้อย่างเสรี
ข้อเสีย ศักยภาพของพันธุ์มีจำกัด มีเท่าที่มี เพราะลงทุนพัฒนาน้อย

ตัวเลือกที่ 2 พันธุ์ใหม่ที่ได้รับการคุ้มครอง PBR/PVP
ข้อดี ศักยภาพของพันธุ์สูงและหลากหลาย เพราะมีความเชื่อมั่นในการลงทุนวิจัยพัฒนา
ข้อเสีย การใช้มีข้อจำกัด ใช้ได้เท่าที่ซื้อไปเท่านั้น การเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อมีข้อจำกัด ไม่สามารถเก็บได้อย่างเสรี
เกษตรกรมีอิสระเสรี มีสิทธิเลือกใช้ได้ทั้งสองตัวเลือก ตามที่ต้องการ
แหล่งที่มา : กรมวิชาการเกษตร

#ข้อดี กรณีเข้าร่วม UPOV1991
เกษตรกร และประเทศไทยจะได้โอกาสอะไรบ้าง ?
-มีพันธุ์ดีให้เลือกมากขึ้น
-เพิ่มโอกาสเข้าถึงพันธุ์ใหม่ ทั้งไม้ผล ไม้ดอก และผัก
-เพิ่มการลงทุนพัฒนาพันธุ์ในไทย
-จูงใจให้เอกชนลงทุนวิจัยและปรับปรุงพันธุ์มากขึ้น
-เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร
-พันธุ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับพื้นที่ อาจช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้
-ต่อยอดโอกาสส่งออก
-พัฒนาสินค้าเกษตรให้ตรงความต้องการของตลาดต่างประเทศ
-เพิ่มโอกาสคุ้มครองพันธุ์ที่คนไทยพัฒนา
-นักปรับปรุงพันธุ์ไทยสามารถยื่นขอรับความคุ้มครองในประเทศสมาชิก ภายใต้หลักเกณฑ์ของแต่ละประเทศ
-สนับสนุนการค้าและความร่วมมือ
-รองรับการเจรจาการค้า และความร่วมมือด้านการตรวจสอบพันธุ์พืช
-เข้าถึงความช่วยเหลือทางเทคนิค
-นำความรู้และระบบสนับสนุนจาก UPOV และประเทศสมาชิกมาพัฒนางานของไทย

 

 

ตกลง