เข้าสู่ช่วงเดือนกันยายน หลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ความชื้นในแปลงสูง ใบพืชเปียกนาน และดินมีน้ำสะสมมากขึ้น สภาพแวดล้อมแบบนี้เอื้อต่อการเกิดและแพร่กระจายของโรคพืชหลายชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ถ้าปล่อยให้โรคเริ่มจากเพียงไม่กี่ใบแล้วขยายไปทั้งแปลง การจัดการภายหลังจะยากขึ้น ดังนั้นช่วงนี้ควรเดินสำรวจแปลงสม่ำเสมอ และรีบจัดการตั้งแต่เริ่มพบอาการ แล้วช่วงเดือนกันยายนนี้ มีโรคพืชอะไรบ้างที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และแต่ละโรคสังเกตอาการอย่างไร? โพสนี้มีคำตอบครับ
.
1. โรคแอนแทรคโนส
พบได้ในพืชหลายชนิด โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องและความชื้นสูง อาการที่สังเกตได้ เริ่มพบจุดแผลสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลเข้มบนใบ กิ่ง ก้าน หรือผล แผลอาจค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น หากเกิดบริเวณกิ่งหรือก้านช่อดอก อาจทำให้ส่วนที่อยู่เหนือแผลเหี่ยวแห้งได้
เทคนิคป้องกัน
• หมั่นเก็บใบ กิ่ง และผลที่แสดงอาการออกจากแปลง
• ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง ลดความชื้นสะสม
• หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบทำให้ใบเปียกนาน
• หลังฝนตกควรสำรวจแปลง โดยเฉพาะบริเวณที่มีใบแน่นหรืออับลม
• หากพบการระบาด ควรแยกส่วนที่เป็นโรคออกจากวัสดุที่จะนำกลับมาใช้ในแปลง
.
2. โรคราน้ำค้าง
เป็นโรคที่ต้องจับตาในพืชหลายกลุ่ม โดยเฉพาะช่วงอากาศชื้นและมีฝนตกบ่อย อาการที่สังเกตได้
ใบอาจเริ่มมีจุดสีเหลืองหรือสีน้ำตาล ด้านใต้ใบอาจพบลักษณะคล้ายปุยสีขาวอมเทา โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ความชื้นสูง เมื่อโรครุนแรง ใบอาจเหลือง แห้ง และร่วง
เทคนิคป้องกัน
• ลดความหนาแน่นของทรงพุ่ม
• จัดระยะปลูกให้มีช่องว่างเพียงพอ
• ทำแปลงให้ระบายน้ำได้ดี
• หลีกเลี่ยงการให้น้ำจนใบเปียกต่อเนื่อง
• สำรวจด้านใต้ใบเป็นประจำ เพราะระยะแรกอาจสังเกตจากด้านบนได้ยาก
.
3. โรคใบจุด
โรคใบจุดอาจเกิดได้จากเชื้อราหลายชนิด และพบได้ในพืชหลายกลุ่ม โดยเฉพาะแปลงที่มีความชื้นสูงอาการที่สังเกตได้ เริ่มจากจุดเล็ก ๆ บนใบ สีเหลือง น้ำตาล หรือดำ จากนั้นแผลอาจขยายใหญ่ขึ้น หากมีหลายจุดรวมกัน พื้นที่ใบที่ทำหน้าที่สังเคราะห์แสงจะลดลง ทำให้ต้นพืชอ่อนแอและเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
เทคนิคป้องกัน
• เก็บใบที่เป็นโรคออกจากแปลง
• ไม่ปล่อยให้เศษใบสะสมบนดิน
• จัดทรงพุ่มให้โปร่ง
• หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นกระจายทั่วใบในช่วงที่มีความชื้นสูง
• ตรวจใบล่างและใบที่อยู่ใกล้พื้นดินเป็นพิเศษ
.
อีกเรื่องที่สำคัญคือ อย่ารอให้โรคกระจายเต็มแปลงแล้วค่อยจัดการ ในช่วงฝนตกชุก การเดินสำรวจแปลงเป็นประจำจะช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้น ยิ่งพบอาการตั้งแต่ระยะแรก ยิ่งมีโอกาสจำกัดการกระจายของโรคและลดความเสียหายของผลผลิตได้มากขึ้น แนวทางพื้นฐานที่ควรทำควบคู่กันคือ ลดความชื้นสะสม ระบายน้ำให้ดี ทำแปลงให้โปร่ง รักษาความสะอาด และนำส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลงอย่างเหมาะสม
.
แหล่งที่มาของข้อมูล : เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร