ใบไม้แห้ง เศษหญ้า เศษพืชในสวน อย่าเพิ่งกองทิ้ง เพราะวัสดุเหล่านี้สามารถนำกลับมาทำ “ปุ๋ยหมัก” ได้ และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่หาซื้อยาก เพียงนำสิ่งที่มีอยู่รอบสวนมาจัดการให้เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนเศษพืชให้กลายเป็นอินทรียวัตถุสำหรับนำกลับมาใช้ดูแลดินได้ แต่หัวใจสำคัญคือไม่ได้อยู่ที่การนำทุกอย่างมากองรวมกันแล้วรอให้ย่อยสลาย แล้วควรเริ่มจัดกองอย่างไร ใช้วัสดุแบบไหนร่วมกัน และต้องดูแลเรื่องอะไรบ้าง มาดูวิธีทำปุ๋ยหมักแบบง่าย ๆ ที่สามารถเริ่มได้จากวัสดุในสวนกันครับ
วิธีทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้ง เศษหญ้า และเศษพืช
1. แยกวัสดุให้รู้ว่าอะไรคือ แห้ง” และอะไรคือ สด
วัสดุแห้ง เช่น ใบไม้แห้ง ฟาง เศษกิ่งไม้ หรือวัสดุสีน้ำตาล ทำหน้าที่เป็นแหล่งคาร์บอน ส่วนวัสดุสด เช่น เศษหญ้าสด ใบไม้สด เศษยอดอ่อน หรือเศษพืชสีเขียว จะมีไนโตรเจนสูงกว่า และช่วยสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ หลักง่าย ๆ คือ อย่ากองเศษหญ้าสดหนา ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะวัสดุสามารถจับตัวแน่น อากาศเข้าได้น้อย และเกิดกลิ่นได้ ควรนำไปผสมกับใบไม้แห้งหรือฟางเพื่อช่วยเพิ่มช่องว่างอากาศในกองปุ๋ยหมัก
2. สับหรือตัดวัสดุให้เล็กลงก่อน
ถ้ามีใบไม้ขนาดใหญ่ กิ่งเล็ก หรือเศษต้นพืช ควรสับ ตัด หรือบดให้มีขนาดเล็กลงก่อน วัสดุที่มีขนาดเล็กจะมีพื้นที่ผิวให้จุลินทรีย์เข้าทำงานมากขึ้น จึงช่วยให้การย่อยสลายเกิดได้ง่ายกว่าวัสดุชิ้นใหญ่ แต่ไม่จำเป็นต้องบดจนละเอียดเป็นผง เพราะกองปุ๋ยหมักยังต้องมีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านด้วย
3. จัดชั้นวัสดุแห้งสลับวัสดุสด
สำหรับเริ่มทำแบบง่าย ๆ สามารถใช้หลักประมาณ วัสดุแห้ง 2 ส่วน วัสดุสด 1 ส่วน แล้วคลุกเคล้าให้กระจายตัว ไม่กองวัสดุสดรวมเป็นก้อนหนา ๆ ตัวเลขนี้เป็นแนวทางสำหรับเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องตวงเป๊ะทุกครั้ง เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีปริมาณคาร์บอนและไนโตรเจนแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือกองปุ๋ยหมักควรมีวัสดุแห้งและวัสดุสดผสมกันอย่างเหมาะสม
4. เติมน้ำให้ชื้น แต่ไม่แฉะ
ความชื้นเป็นอีกเรื่องที่มีผลต่อการย่อยสลาย ถ้ากองแห้งเกินไป จุลินทรีย์จะทำงานช้าลง แต่ถ้าเปียกมากเกินไป ช่องว่างอากาศจะลดลงและการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจนอาจชะลอตัว วิธีเช็กง่าย ๆ คือ ใช้มือหยิบวัสดุหมักแล้วบีบ ถ้าชื้นพอดี วัสดุจะจับตัวเล็กน้อย แต่ไม่ควรมีน้ำไหลออกมา ถ้าแห้งร่วนมาก ให้พรมน้ำเพิ่มทีละน้อย แล้วคลุกให้ความชื้นกระจายทั่วกอง
5. กองปุ๋ยต้องมีอากาศ
จุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจนต้องมีอากาศเพียงพอ เมื่อกองแน่นเกินไป โดยเฉพาะกรณีมีเศษหญ้าสดจำนวนมาก อากาศจะเข้าไปด้านในได้ยาก การย่อยสลายอาจช้าลงและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงควรกลับกองหรือคลุกวัสดุเป็นระยะ เพื่อให้อากาศเข้าไปถึงด้านใน และช่วยกระจายความชื้นให้ทั่วถึง
6. อย่ารีบนำปุ๋ยหมักที่ยังย่อยไม่สมบูรณ์ไปใช้
เมื่อวัสดุเริ่มย่อยสลาย สีจะค่อย ๆ เปลี่ยนเข้มขึ้น เนื้อวัสดุจะร่วน และกองจะมีลักษณะใกล้เคียงดินมากขึ้น หากกองยังมีเศษใบไม้หรือเศษพืชสดจำนวนมาก ควรปล่อยให้ย่อยต่อ ปุ๋ยหมักที่สุกดีควรมีกลิ่นคล้ายดินมากกว่ากลิ่นเศษพืชสด และวัสดุตั้งต้นส่วนใหญ่ควรสลายตัวจนแยกชนิดได้ยาก
ระยะเวลาทำปุ๋ยหมักไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ ขนาดของกอง ความชื้น อากาศ และการกลับกอง หากจัดการกองได้เหมาะสม การย่อยสลายจะเร็วขึ้น แต่ถ้ากองแห้งเกินไปหรือแน่นเกินไปก็อาจใช้เวลานานขึ้น
วัสดุที่ควรระวัง
เศษพืชที่มีอาการผิดปกติหรือมีโรค รวมถึงวัชพืชที่มีเมล็ดจำนวนมาก ไม่ควรนำมาทำปุ๋ยหมักแบบกองเย็นโดยไม่จัดการ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการนำปัญหากลับเข้าสู่แปลง ถ้าต้องการทำปุ๋ยหมักแบบร้อน ควรจัดกองให้มีขนาดและส่วนผสมเหมาะสม เพื่อให้เกิดความร้อนทั่วถึง และควรกลับกองเพื่อช่วยให้อากาศกระจายเข้าไปด้านใน
แหล่งที่มาของข้อมูล : เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร