รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ ม.แม่โจ้ รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมมอบนโยบายขับเคลื่อนเกษตรยุคใหม่ ดันปุ๋ยชีวภาพช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
(17 พ.ค. 69) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำกัด พร้อมร่วมประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงาน โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และคณะผู้บริหารสหกรณ์ ให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำกัด อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เดินทางมาพบปะประชาชน เกษตรกร และกลุ่มสหกรณ์ในพื้นที่อำเภอสันทราย อำเภอแม่ริม และอำเภอพร้าว ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาภาคเกษตรให้แก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ หน่วยงานในสังกัด และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ณ อาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
โดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 3 ด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ได้แก่ ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร การพัฒนาเกษตรยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างอาชีพเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกรรวมถึงสหกรณ์ ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ทั้งในด้านการพัฒนาการเกษตร การลดต้นทุนการผลิต การแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้จากผลผลิต รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (low carbon)
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เกี่ยวกับโครงการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของสหกรณ์ออมทรัพย์ ด้วยการจัดตั้งศูนย์กลางข้อมูลสหกรณ์ โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและกระบวนการสหกรณ์ มาใช้ในการวางแผนพัฒนาและกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้น “เกษตรทันสมัย เกษตรมูลค่าสูง และเกษตรยั่งยืน”