ผักตบชวา พืชพิสดาร
30 ม.ค. 2562
764
0

1529387045357.jpg

ผักตบชวา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eichhornia crassipes (Mart.) Solms  และ มีชื่อสามัญว่า Lilac devil หรือ Water hyacinth เป็นวัชพืชน้ำล้มลุก ลำต้นอวบน้ำและมีไหล (stolon) ทอดไปตามผิวน้ำแล้วเจริญเป็นต้นอ่อนที่ปลายไหล ลำต้นที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ อาจจะขึ้นอยู่ตามโคลนในที่น้ำตื้นหรือขึ้นบนบกก็ได้ ผิวลำต้นเรียบมีสีเขียวอ่อนและเข้ม ก้านใบจะพองออกตรงช่องกลาง ภายในเป็นรูพรุน ช่วยพยุงลำต้นให้ลอยน้ำได้ แผ่นใบรูปหัวใจ ฐานใบจะเว้าเข้าหาก้านใบ ช่อดอกคล้ายกับดอกไม้ไฮยาชินธ์ รากมีสีม่วงดำ แตกออกมาจากลำต้นบริเวณข้อ ผักตบชวามีความทนทาน สมารถทนต่อความแห้งแล้งได้ดี แต่จะไม่ทนน้ำเค็ม

การจัดการผักตบชวาในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ ทั้งการควบคุมจำนวนประชากรผักตบชวาและการใช้ประโยชน์ผักตบชวา

การควบคุมจำนวนประชากรผักตบชวา

  • การใช้หลักการทางธรรมชาติ โดยใช้ศัตรูธรรมชาติเข้ามาควบคุมผักตบชวา เช่น ด้วง หรือรา แต่พบว่ายังไม่สามารถควบคุมวัชพืชชนิดนี้ได้
  • การใช้ข้อมูลพันธุกรรม คือการใช้ข้อมูลความหลากหลายทางพันธุกรรมและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ร่วมด้วย เช่น เทคนิคพีซีอาร์ (PCR, polymerase chain reaction) เทคนิคอาร์เอพีดี (RAPD, random amplified polymorphic DNA) และเทคนิคไอเอสเอสอาร์ (ISSR, inter-simple sequence repeat) เป็นต้น

การใช้ประโยชน์จากผักตบชวา

  • ใช้ผลิตเป็นงานจักสาน เช่น กล่อง กล่องใส่กระดาษทิชชู่ ตะกร้าผักตบชวา เก้าอี้ เปลญวน รองเท้าแตะ ถาดรองผลไม้ เสื่อผักตบชวา และกระดาษจากผักตบชวา เป็นต้น

Related image

  • ใช้เลี้ยงสัตว์และแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากพบว่าผักตบชวาแห้งมีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งโปรตีน ไขมัน และเส้นใย แต่มีข้อควรระวังคือต้องใช้ผักตบชวาจากแหล่งน้ำที่ปลอดสารพิษจำพวกยาฆ่าแมลงหรือโลหะหนัก เพราะผักตบชวาสามารถดูดซับสารเหล่านี้เอาไว้ได้ เมื่อสัตว์บริโภคเข้าไปอาจได้รับสารพิษเข้าไปด้วย
  • ใช้ในการเกษตร เช่น ทำปุ๋ยหมัก เนื่องจากพบว่าผักตบชวามีธาตุโพแทสเซียมสูง รองลงมาคือ ธาตุฟอสฟอรัสและธาตุไนโตรเจน หรือใช้คลุมต้นไม้เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่น เนื่องจากคุณสมบัติการอุ้มน้ำได้ดี
  • ช่วยบำบัดน้ำเสีย โดยผักตบชวามีคุณสมบัติทำหน้าที่เป็นตัวกรองของแข็งหรือสารแขวนลอยต่าง ๆ ที่ปนอยู่ในน้ำเอาไว้ ประกอบกับระบบรากของผักตบชวาที่มีจำนวนมากยังช่วยกรองสารอินทรีย์และยังมีจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บริเวณรากช่วยดูดสารเหล่านี้เอาไว้อีกทางหนึ่ง จึงทำให้น้ำสะอาดมากขึ้น แต่ถ้าน้ำเสียมีสารพิษมากเกินไป การใช้ผักตบชวาในการบำบัดน้ำเสียจะให้ผลช้าและอาจส่งผลให้น้ำเน่าได้ จึงควรใช้ผักตบชวาร่วมกับการบำบัดน้ำเสียระบบอื่นร่วมด้วย

ที่มา : www.most.go.th กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

ตกลง