สถานการณ์น้ำของจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 อ่าง (อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส อ.ชะอวด ,อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน อ.พิปูน ,อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง อ.พิปูน และอ่างเก็บน้ำเสม็ดจวน อ.ทุ่งใหญ่) มีความจุรวม 212.20 ล้านลูกบาศก์เมต ณ ปัจจุบันเก็บกักน้ำ รวม 96.867 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 45.65 ของความจุทั้งหมด โดยอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส มีปริมาณน้ำใช้งานได้จริง 19.88% อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน อ.พิปูน มีปริมาณน้ำใช้งานได้จริง 32.71% อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง อ.พิปูน มีปริมาณน้ำใช้งานได้จริง 35.63% และอ่างเก็บน้ำเสม็ดจวน อ.ทุ่งใหญ่ มีปริมาณน้ำใช้งานได้จริง 65.88% (ข้อมูล : โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช)
สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร
1.ข้าวเปลือก ประจำเดือนตุลาคม 2561 ข้าวปทุมธานี ที่ความชื้น 25-30% ราคา 8,000 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 400 บาท ส่วนข้าวขาว ที่ความชื้น 25-30% ราคาปรับลดลงจากเดือนที่แล้ว คงเหลือ 6,300-6,000 บาท/ตัน สำหรับการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2561 มีผลผลิตประมาณ 74,445 ตันข้าวเปลือก มีตลาดรองรับ ผลผลิตน้อยกว่ากำลังการผลิตของโรงสี ซึ่งมีมากถึง 30 โรง ส่งผลให้สภาวะการแข่งขันสูง แต่เกษตรกรนิยมขายข้าวเปลือกแบบเกี่ยวสด เหมาความชื้นอยู่ที่ 28-30% จึงส่งผลให้ขายได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป (ข้อมูล : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช)
2.ปาล์มน้ำมัน ประจำเดือนตุลาคม 2561 ราคาปาล์มน้ำมัน 18% อยู่ที่ 2.90-3.10 บาท/กิโลกรัม โดยราคาหน้าลานเทวันนี้ อยู่ที่ 3.10-3.20 บาท/กิโลกรัม สต็อกน้ำมันปาล์มดิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช ( 26 ก.ย.61) คงเหลือ 9,980.972 ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 20.96 น้ำมันปาล์มดิบของประเทศคงเหลือ 375,591 ตัน สถานการณ์ปัจจุบันมีปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดลดลง โรงงานยังคงมีความต้องการอย่างสม่ำเสมอ ภาวะราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบเกรด A เฉลี่ยกิโลกรัมละ 17.11 บาท (ราคา ณ จังหวัดชุมพร ปทุมธานี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี สมุทรสาครและสมุทปราการ) ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบไปยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย อีกทางหนึ่ง (ข้อมูล : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช)
3.ยางพารา ประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ยางแผ่นดิบ ราคา 38.90 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด ราคา 36.40 บาท/กิโลกรัม (ข้อมูล : ตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช)
4.มะพร้าว กรมการค้าต่างประเทศให้ข้อมูลว่า การนำเข้ามะพร้าว ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ผูกพันเปิดตลาดในโควตาไว้ 2,317 ตัน/ปี ภาษี 20% ระยะเวลานำเข้าเดือน ม.ค.-พ.ค. และเดือน พ.ย.-ธ.ค. ถ้านำเข้านอกโควตาเก็บภาษี 54% ไม่จำกัดปริมาณ และภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษี 0% กำหนดเวลานำเข้าช่วงเดียวกับ WTO และไม่จำกัดปริมาณ ซึ่งหากดูตามสถิติการนำเข้า “ลดลง” ดังนั้น ราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำ อาจไม่ได้เกิดจากการนำเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันราคารับซื้อมะพร้าวหน้าสวนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ลูกละ 2 บาท ส่วนราคาน้ำกะทิในท้องตลาดยังคงราคาเดิมที่ กิโลกรัมละ 60 บาท
รวบรวมข้อมูล : สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช