เพื่อให้การซื้อขายหรือจำหน่ายข้าวโพดมีมาตรฐาน มีความชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งสอดคล้องกับสภาพการณ์ในการซื้อขายหรือจำหน่ายข้าวโพดในปัจจุบัน คณะกรรมการชั่งตวงวัด
จึงมีมติในคราวประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ เห็นชอบในหลักการของการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพดในการซื้อขายหรือจำหน่ายข้าวโพด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗
และมาตรา ๒๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการชั่งตวงวัด ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำการซื้อขายหรือจำหน่ายข้าวโพดในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต้องทำการวัดความชื้นข้าวโพด โดยใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพดในการซื้อขายหรือจำหน่ายข้าวโพดทุกครั้ง
การใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพดตามวรรคหนึ่ง ต้องใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด ที่มีการให้คำรับรองแล้วจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ของสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขา และคำรับรองนั้นต้องไม่สิ้นอายุ ณ วันที่ทำการวัดความชื้น
ข้อ ๓ การวัดความชื้นข้าวโพดต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้
(๑) ให้สุ่มตัวอย่างข้าวโพดให้ทั่ว ไม่น้อยกว่าสองจุด โดยต้องไม่ให้มือสัมผัสกับตัวอย่างข้าวโพด ที่สุ่มได้โดยตรง และนำมาเทคละรวมกัน
(๒) ให้ใช้ตัวอย่างข้าวโพดตามปริมาณที่คู่มือการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพดกำหนด เทลงในเครื่องวัดความชื้นข้าวโพด กรณีบุคคลเป็นผู้เท ต้องเทให้สม่ำเสมอในการวัดความชื้นข้าวโพดแต่ละครั้ง
(๓) ให้วัดความชื้นตัวอย่างข้าวโพด อย่างน้อยสามครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย
ข้อ ๔ ขณะทำการวัดความชื้นข้าวโพดเพื่อทำการซื้อขายหรือจำหน่าย ต้องจัดวางเครื่องวัดความชื้นข้าวโพดในลักษณะที่ให้บุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการวัดทุกฝ่ายสามารถเห็นค่าอัตราความชื้นได้ชัดเจนพร้อมกัน
และบันทึกอัตราความชื้นเฉลี่ยที่วัดได้ในใบแสดงผลการชั่งด้วยทุกครั้ง
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์