รับมือกับ หนอนใยผัก (Diamondback moth) ศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อพืชผักตระกูลกะหล่ำอย่างมหาศาล
พืชอาหารหลักที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ คะน้า ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักกาดดอก ผักกาดฮ่องเต้ กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอก
ลักษณะการทำลายและข้อสังเกต
ตัวหนอนจะกัดกินผิวใบพืชจนเป็นรูพรุนคล้ายร่างแห มีพฤติกรรมชอบสร้างใยพาตัวขึ้นลงระหว่างพื้นดินกับใบพืช และจะเข้าดักแด้ที่บริเวณใบ สำหรับตัวเต็มวัยจะเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก สามารถสังเกตได้จากแถบสีเหลืองส้มที่บริเวณหลัง และมีหนวดแบบเส้นด้ายปล้องสีดำสลับขาว
แนวทางการป้องกันกำจัดเพื่อลดความสูญเสียทางผลผลิต มี 4 ขั้นตอนที่แนะนำดังนี้
วิธีเขตกรรม เน้นการจัดการแปลงให้สะอาด ไถกลบหน้าดินตากแดด ทำลายซากพืช หมั่นกำจัดวัชพืช และปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อขัดขวางการขยายพันธุ์ หากเป็นไปได้การใช้โรงเรือนหรือมุ้งตาข่ายไนล่อนขนาด 16 mesh จะช่วยป้องกันแมลงเข้าทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีชีววิธี ใช้กลไกธรรมชาติควบคุม โดยปล่อยศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงหางหนีบขาวงแหวน หรือมวนเพชฌฆาต รวมถึงการใช้เชื้อราบิวเวอเรีย อัตรา 1 กก. ต่อน้ำ 40 ลิตร ผสมสารจับใบ ฉีดพ่นให้โดนตัวแมลงทุก 7-10 วัน
วิธีกายภาพ ควบคุมประชากรตัวเต็มวัยด้วยการใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง จำนวน 80 กับดักต่อไร่
วิธีการใช้สารเคมี เลือกใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม เช่น สไปนีโทแรม โทลเฟนไพแรด อีมาเมกตินเบนโซเอต คลอร์ฟีนาเพอร์ อินดอกซาคาร์บ หรือฟิโพรนิล ผสมน้ำ 20 ลิตร ให้พ่นเมื่อพบการระบาดทุก 5 วัน ติดต่อกัน 2 ครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจัดการความ เสี่ยงคือ ต้อง สลับกลุ่มสารเคมี ทุก 14 วัน เพื่อป้องกันการสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณสื่อความรู้และข้อมูลจาก ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุราษฎร์ธานี