หน้าแล้งไม่ใช่แค่ช่วงที่น้ำขาด แต่คือช่วงที่พืชเครียดที่สุด หลายสวนรดน้ำทุกวัน ดินชื้นสม่ำเสมอ แต่ใบยังเหี่ยว ยอดไม่เดิน รากไม่แข็งแรง ใช้น้ำมาก ต้นทุนสูง แต่ผลลัพธ์กลับเท่าเดิม เพราะปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ให้น้ำน้อยหรือมาก แต่อยู่ที่ว่าน้ำที่ให้ไปนั้น พืชเอาไปใช้ได้มากแค่ไหน หลักคิดสำคัญของการให้น้ำหน้าแล้ง ไม่ใช่แค่รดให้ดินเปียกหรือให้น้ำตามตาราง แต่ต้องให้น้ำซึมถึง “รากที่ใช้งานจริง” เพราะพืชดูดน้ำและธาตุอาหารผ่านปลายรากฝอยเป็นหลัก หากน้ำหยุดอยู่แค่ผิวดิน หรือดินอุ้มน้ำไม่ได้ น้ำจะไม่ไปถึงโซนรากที่ทำงาน ส่งผลให้รากไม่เดิน พืชเกิดความเครียด แม้หน้าดินจะดูชื้น แต่พืชกลับแสดงอาการเหี่ยว ยอดชะงัก และการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น
เทคนิคให้น้ำหน้าแล้ง ให้พืชใช้ได้จริง
1) ให้น้ำลึกดีกว่าให้น้ำบ่อย : การรดน้ำตื้น ๆ เป็นประจำ ทำให้รากพืชลอยอยู่ใกล้ผิวดิน ไม่แข็งแรง และทนแล้งได้ยาก ทางที่ดีกว่าคือให้น้ำแต่ละครั้งให้ชุ่มลึกถึงระดับรากที่ใช้งาน เพื่อกระตุ้นให้รากเดินลึกและดูดน้ำได้มีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปไม้ผลควรให้น้ำซึมลึกประมาณ 30-50 เซนติเมตร ส่วนพืชผักอยู่ที่ราว 15-25 เซนติเมตร
2) ดูสภาพดินก่อนดูตารางรดน้ำ : การให้น้ำไม่ควรยึดตามตารางหรือเลียนแบบสวนอื่น เพราะดินแต่ละแปลงไม่เหมือนกัน ดินร่วนแห้งเร็วแต่ระบายน้ำดี ดินเหนียวชื้นนานแต่เสี่ยงรากขาดอากาศ ส่วนดินทรายน้ำผ่านเร็วและต้องเสริมอินทรียวัตถุ หลักสำคัญคือรดน้ำเมื่อดินเริ่มแห้ง ไม่ใช่รดตามเวลา
3) ให้น้ำในช่วงเวลาที่พืชรับได้ดีที่สุด : ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะอุณหภูมิต่ำ การระเหยของน้ำต่ำ รากสามารถดูดน้ำไปใช้ได้เต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำช่วงกลางวันที่แดดจัด เนื่องจากน้ำระเหยเร็วและเพิ่มความเครียดให้พืชโดยไม่จำเป็น
4) ดินดี ช่วยประหยัดน้ำได้มาก : ดินที่มีโครงสร้างดีจะอุ้มน้ำได้นาน ระบายน้ำได้ และเอื้อต่อการหายใจของราก การเพิ่มปุ๋ยคอกที่สลายตัวดี ปุ๋ยหมัก และการคลุมดินด้วยฟาง ใบไม้ หรือหญ้าแห้ง จะช่วยลดการสูญเสียน้ำ ทำให้ใช้น้ำน้อยลง แต่พืชยังได้รับน้ำอย่างต่อเนื่อง
5) สังเกตพืช มากกว่าดูระบบน้ำ : พืชจะเป็นตัวบอกได้ดีที่สุดว่าน้ำที่ให้ไปนั้นเพียงพอหรือไม่ หากใบห้อยตั้งแต่ช่วงเช้า ใบเล็ก ยอดไม่เดิน หรือใบเขียวเข้มผิดปกติแต่ไม่แตกยอด แสดงว่าน้ำยังถูกใช้ได้ไม่ดี แต่เมื่อใบตั้งช่วงเช้า ยอดเดินสม่ำเสมอ และใบมีขนาดเหมาะกับพันธุ์ นั่นคือสัญญาณว่าพืชเริ่มเข้าสู่สมดุล
หน้าแล้งจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หากเราเข้าใจว่าพืชไม่ได้แพ้เพราะน้ำน้อย แต่แพ้เพราะน้ำไปไม่ถึงรากที่ใช้งานจริง เมื่อปรับวิธีให้น้ำให้ถูกทาง ไม่เพียงช่วยลดการใช้น้ำและต้นทุนการดูแล แต่ยังช่วยให้พืชแข็งแรง รากเดินดี และพร้อมให้ผลผลิตได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
ที่มา : เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร