เมื่อเอลนีโญรุนแรงขึ้น เกษตรกรต้องเตรียมตัวอย่างไร
5 พ.ย. 2569
5
0
เมื่อเอลนีโญรุนแรงขึ้น เกษตรกรต้องเตรียมตัวอย่างไร
เมื่อเอลนีโญรุนแรงขึ้น เกษตรกรต้องเตรียมตัวอย่างไร

     สถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวนจากเอลนีโญกำลังกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง แปลงเกษตรทั่วประเทศเริ่มเสี่ยงขาดแคลนน้ำ การวางแผนรับมือตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสียหายและรักษาผลผลิตให้อยู่รอดได้ตลอดฤดูกาล วันนี้เกษตรสัญจรรวบรวมเทคนิคการจัดการแปลงเกษตรแบบทำตามได้จริง ปรับใช้ได้ทันที เพื่อเซฟแปลงพืชและประหยัดน้ำให้อยู่หมัดตลอดฤดูกาล โดยมีเทคนิคดังนี้
     1) วางแผนบริหารจัดการน้ำและปรับรอบการเพาะปลูก  การรู้ปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ช่วยให้บริหารจัดการแปลงได้แม่นยำขึ้น หลีกเลี่ยงการปลูกพืชใช้น้ำมากในช่วงวิกฤตแล้งจัด
         1.1 สำรวจแหล่งน้ำสำรอง เช็คระดับน้ำในสระ บ่อบาดาล หรือคลองชลประทานในพื้นที่ หากพบว่าปริมาณน้ำมีน้อยกว่าปกติ ให้ปรับลดพื้นที่ปลูกพืชอายุสั้นหรือพืชใช้น้ำมากทันที เพื่อไม่ให้เสี่ยงขาดน้ำกลางคัน
         1.2 ปรับเปลี่ยนชนิดพืช หันมาปลูกพืชทนแล้งใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บางสายพันธุ์ หรือพืชผักอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อยและเก็บเกี่ยวไว
         1.3 งดทำนาปรังต่อเนื่อง หากอยู่ในเขตชลประทานที่มีประกาศงดส่งน้ำ ควรเปลี่ยนไปปลูกพืชไร่หรือพืชผักทดแทนเพื่อป้องกันความเสียหายจากภัยแล้ง

     2) เทคนิคการใช้น้ำให้อยู่หมัดและลดการระเหย  เมื่อน้ำมีจำกัด การใช้ทุกหยดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นหัวใจสำคัญในการประหยัดต้นทุน
         2.1 ระบบน้ำหยดและมินิสปริงเกอร์ ติดตั้งระบบให้น้ำแบบหยดหรือพ่นฝอยบริเวณโคนต้น ช่วยควบคุมปริมาณน้ำและลดการสูญเสียจากการระเหยได้ดีกว่าการปล่อยน้ำท่วมแปลง
         2.2 คลุมโคนต้นรักษาความชื้น ใช้ฟางข้าว เศษใบไม้ แกลบ หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรคลุมหน้าดินรอบโคนต้นพืช หนาประมาณ 3-5 เซนติเมตร ช่วยลดอุณหภูมิดินและชะลอการระเหยของน้ำในดินได้ดีมาก
         2.3 รดน้ำถูกเวลา ควรให้น้ำในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเย็น เพื่อลดการระเหยของน้ำและเปิดโอกาสให้รากดูดซึมน้ำไปใช้ได้อย่างเต็มที่

     3) บำรุงดินให้อุ้มน้ำและเพิ่มความแข็งแรงให้พืช  ดินที่มีอินทรียวัตถุสูงจะกักเก็บความชื้นได้ดีกว่าดินทรายหรือดินดาน ช่วยให้พืชทนแล้งได้นานขึ้น
         3.1 เติมอินทรียวัตถุ ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุปรับปรุงดินอย่างปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินและทำให้โครงสร้างดินร่วนซุย
         3.2 ใช้สารปรับปรุงดินชีวภาพ การใส่ปุ๋ยหมักร่วมกับโดไมท์จะช่วยเสริมธาตุอาหารและกระตุ้นการพัฒนาระบบรากให้หยั่งลึกหาอาหารได้ดีขึ้น
         3.3 ตัดแต่งกิ่งลดการคายน้ำ สำหรับไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ให้ตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งที่เป็นโรค และลดจำนวนใบลงบางส่วน เพื่อลดอัตราการคายน้ำของพืชในช่วงที่แล้งจัด

     4) สำรองเสบียงอาหารสัตว์และวางแผนรับมือโรคแมลง  ช่วงอากาศแล้งจัดมักมาพร้อมกับการระบาดของแมลงศัตรูพืชและการขาดแคลนอาหารสัตว์
         4.1 สำรองฟางอัดก้อนหรืออาหารหยาบ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรจัดหาและสำรองฟางอัดก้อน หญ้าแห้ง หรือพืชอาหารสัตว์หมักไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนช่วงแล้งพีค
         4.2 เฝ้าระวังเพลี้ยและไรแดง สภาพอากาศแห้งและร้อนจัดเอื้อต่อการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง ไรแดง และหนอนศัตรูพืช หมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ และใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น บิวเวอเรีย หรือเชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันกำจัดแต่เนิ่นๆ

     การรับมือเอลนีโญไม่ใช่เรื่องยาก หากมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพียงแค่วางแผนบริหารจัดการน้ำ เลือกพืชปลูกให้เหมาะกับสถานการณ์ และบำรุงดินให้อุ้มน้ำอยู่เสมอ ก็ช่วยลดต้นทุน ป้องกันความเสียหาย และรักษาผลผลิตให้รอดพ้นวิกฤตแล้งไปได้สบาย หากชอบเทคนิคดีๆ แบบนี้ อย่าลืมกดเซฟโพสต์เก็บไว้ทำตาม หรือกดแชร์บอกต่อเพื่อนๆ เกษตรกร จะได้เตรียมพร้อมรับมือไปด้วยกันครับ

ที่มาบทความจาก เกษตรสัญจร

ตกลง