กรมส่งเสริมการเกษตรออกประกาศเฝ้าระวังศัตรูพืชโดยมะพร้าวเป็นหนึ่งในพืชที่ต้องจับตาศัตรูสำคัญในหลายพื้นที่ ได้แก่ หนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรดมะพร้าว และไรสี่ขามะพร้าว
ต้องย้ำก่อนว่านี่คือ การเฝ้าระวัง ไม่ได้หมายความว่าทุกสวนทั่วประเทศกำลังระบาดพร้อมกัน แต่ชาวสวนควรใช้ช่วงนี้เดินสำรวจให้จริงจัง เพราะศัตรูมะพร้าวหลายชนิดซ่อนตัวอยู่ในตำแหน่งที่มองจากพื้นผ่าน ๆ แล้วแทบไม่เห็น กว่าจะเห็นต้นโทรมชัด ความเสียหายก็มักเดินไปไกลกว่าที่คิดแล้ว
1) หนอนหัวดำมะพร้าว ดูให้ดีที่ ใต้ทางใบ หนอนหัวดำจะกัดกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ โดยสร้างเส้นใยผสมกับมูลเป็นทางคล้ายอุโมงค์สำหรับหลบอาศัย มักเริ่มทำลายจากใบแก่ด้านล่างขึ้นไปอาการเด่นคือทางใบเริ่มแห้งเป็นสีน้ำตาล หากระบาดมาก ใบเสียหายหลายทาง ต้นอ่อนแอ การสังเคราะห์แสงลดลง และกระทบการให้ผลผลิตได้ เวลาสำรวจ อย่ายืนมองยอดอย่างเดียว ให้พลิกดูด้านใต้ของทางใบด้วย ถ้าเจอใบแห้งสีน้ำตาลพร้อมเส้นใยหรือทางที่หนอนสร้างไว้ ต้องรีบจัดการ แนวทางควบคุมสามารถเริ่มจากตัดทางใบที่ถูกทำลายออกไปจัดการให้เหมาะสม รวมถึงใช้ชีววิธี เช่น เชื้อบีที และแตนเบียนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตร
2. แมลงดำหนามมะพร้าว ตัวเล็ก แต่ชอบซ่อนตรงจุดที่เจ้าของสวนมองไม่เห็น ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยชอบซ่อนอยู่ในใบอ่อนที่ยังไม่คลี่ แล้วกัดกินผิวใบอยู่ด้านใน พอใบคลี่ออกมา จะเห็นใบเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือมีรอยทำลายผิดปกติ หากถูกทำลายต่อเนื่อง ยอดมะพร้าวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และเมื่อมองจากไกล ๆ อาจเห็นต้นมีลักษณะขาวโพลนที่ชาวสวนเรียกกันว่า มะพร้าวหัวหงอก เพราะฉะนั้นเห็นยอดเริ่มผิดสี อย่าคิดว่าเป็นแค่ใบโดนแดดหรือขาดปุ๋ย ต้องตรวจใบอ่อนที่ยังไม่คลี่ด้วย การจัดการควรเน้นกำจัดส่วนที่พบการทำลาย และใช้ศัตรูธรรมชาติหรือชีววิธีตามความเหมาะสม ถ้าระบาดหนักจึงค่อยพิจารณาวิธีอื่นตามคำแนะนำทางวิชาการ
ถ้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแมลงตัวไหนกิน แต่หยิบยามาพ่นก่อน นั่นไม่ใช่การจัดการศัตรูพืชครับ มันคือการซื้อหวยด้วยเงินค่าปุ๋ย
3. ด้วงแรดมะพร้าว ต้องดู ยอดและโคนทางใบ ด้วงแรดตัวเต็มวัยจะบินขึ้นไปกัดเจาะบริเวณโคนทางใบหรือยอดอ่อน โดยเฉพาะใบที่ยังไม่คลี่ เมื่อใบที่ถูกเจาะคลี่ออก จะพบรอยขาดแหว่งเป็นริ้ว ๆ คล้ายรูปพัดหรือหางปลา ถ้าถูกทำลายหนัก ใบใหม่จะไม่สมบูรณ์ ต้นชะงักและอ่อนแอที่อันตรายกว่านั้นคือ รอยแผลจากด้วงแรดยังสามารถเปิดช่องให้ศัตรูชนิดอื่นอย่างด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาทำลายซ้ำได้อีก สิ่งที่ชาวสวนควรทำคือกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในสวน โดยเฉพาะกองปุ๋ยคอก กองขยะ เศษซากพืช ตอมะพร้าว และวัสดุอินทรีย์ที่หมักหมม เพราะเป็นจุดที่ตัวหนอนด้วงแรดชอบเข้าอาศัย สามารถใช้กับดักฟีโรโมนหรือชีววิธี เช่น เชื้อราเมตาไรเซียม เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการแบบผสมผสานได้
4. ไรสี่ขามะพร้าว มองไม่เห็นตัว แต่ความเสียหายเห็นเต็มลูก ไรสี่ขามะพร้าวมีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่ได้ และมักเข้าไปดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ใต้กลีบขั้วผลตั้งแต่ผลมะพร้าวยังเล็ก สิ่งที่เจ้าของสวนเห็นจึงไม่ใช่ตัวไร แต่เป็น ร่องรอย ผลมะพร้าวจะเริ่มมีแผลสีน้ำตาล เมื่อผลโตขึ้นแผลจะลึกและแตกเป็นริ้วคล้ายลายไม้ ปลายแผลแหลม บางผลเป็นแผลล้อมเกือบรอบลูก ผลชะงัก โตไม่เต็มที่ ขนาดเล็ก และถ้าถูกทำลายหนักตั้งแต่ผลเล็กอาจหลุดร่วงได้
โดยเฉพาะสวนมะพร้าวน้ำหอม เรื่องนี้กระทบคุณภาพผลโดยตรง เพราะต่อให้ยังเก็บขายได้ รูปลักษณ์เสียและผลเล็กลง ราคาก็หนีไม่พ้นโดนกด ถ้าพบผลลักษณะดังกล่าว ควรตรวจผลอ่อนและใต้กลีบขั้วผลเพิ่มเติม และรีบควบคุมก่อนกระจายไปยังผลรุ่นใหม่ ไม่ควรนำต้นพันธุ์หรือผลจากแหล่งที่มีการระบาดเข้ามาในสวน และควรรักษาความสะอาดพื้นที่เพื่อลดการกระจายของศัตรู
สรุปแล้ว เวลาเดินสวนมะพร้าวช่วงนี้ อย่าตรวจแบบเงยหน้ามอง 10 วินาทีแล้วกลับบ้าน ให้เช็ก 4 จุด
• ใบแก่ด้านล่าง มีใบแห้งสีน้ำตาลหรือเส้นใยหรือไม่
• ยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ มีแมลงหรือรอยกัดกินหรือไม่
• ใบใหม่ มีรอยขาดเป็นริ้วคล้ายพัดหรือไม่
• ผลอ่อน มีแผลสีน้ำตาล ร่องลึก หรือแตกลายผิดปกติหรือไม่
ถ้าเจอเพียงต้นสองต้น ให้รีบจัดการตั้งแต่จุดเริ่มต้น เพราะศัตรูพืชไม่ได้ประชุมรอเจ้าของสวนอนุมัติก่อนขยายพื้นที่ อย่าเห็นศัตรูพืชแล้วรีบพ่นสารทุกอย่างรวมกัน ศัตรูมะพร้าวแต่ละชนิดอยู่คนละจุด มีวงจรชีวิตต่างกัน และวิธีจัดการก็ไม่เหมือนกัน การใช้สารผิดชนิดหรือผิดวิธีนอกจากเสียเงินแล้ว ยังอาจกระทบแมลงศัตรูธรรมชาติ และทำให้การควบคุมในระยะยาวยากขึ้น
แนวทางที่เหมาะสมคือสำรวจให้รู้ก่อนว่า ใครเป็นตัวการ แล้วใช้วิธีผสมผสาน ทั้งการทำความสะอาดสวน การตัดทำลายส่วนที่เป็นแหล่งศัตรู การใช้กับดัก ชีวภัณฑ์ และศัตรูธรรมชาติ
หากจำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืช ให้ตรวจสอบทะเบียนและฉลากปัจจุบัน เลือกใช้ให้ตรงกับศัตรูและชนิดมะพร้าว เพราะสารบางวิธีมีข้อจำกัดกับมะพร้าวบางประเภท โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวกะทิ
ไม่แน่ใจ อย่าเดา ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือเจ้าหน้าที่อารักขาพืชในพื้นที่ก่อนใช้ มะพร้าวต้นหนึ่งใช้เวลาปลูกหลายปี แต่ศัตรูพืชใช้เวลาไม่นานในการทำให้ผลผลิตหาย ช่วงนี้เจ้าของสวนลองเดินตรวจใหม่อีกครั้ง
อย่ามองแค่ “ต้นยังเขียว” ให้ดูว่า “เขียวจริง หรือศัตรูยังทำลายไม่ถึงจุดที่เรามองเห็น” เปิดยอด ดูใต้ใบ ดูโคนทาง และดูผลอ่อนให้ครบ เจอเร็ว จัดการง่ายกว่าปล่อยจนหัวหงอก ใบแห้ง ผลเสียทั้งทะลาย แล้วค่อยแก้ งานจะหนักกว่าเดิมหลายเท่า
ที่มาเพจ : เกษตร นานา