กุ้งฝอยเป็นสัตว์น้ำขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย และอยู่คู่กับวิถีอาหารไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเมนูกุ้งฝอยทอด กุ้งฝอยแกงส้ม หรือใช้เป็นวัตถุดิบพื้นบ้านในหลายพื้นที่ นอกจากคุณค่าทางอาหารที่ให้ทั้งโปรตีนและแคลเซียมสูงแล้ว กุ้งฝอยยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ โดยเฉพาะการเป็นอาหารธรรมชาติของปลาเศรษฐกิจในช่วงอนุบาล เช่น ปลาช่อน ปลากราย รวมถึงปลาสวยงาม
คุณเอ้-จรินทร์ ขำการะเกตุ คือหนึ่งในคนที่มองเห็นโอกาสว่ากุ้งฝอยในตลาดมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เลี้ยงยังมีไม่มาก โดยเฉพาะกุ้งฝอยพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพ จึงกลับมาหารือกับครอบครัวและเริ่มศึกษาข้อมูล ทั้งด้านการเลี้ยงและการตลาด
“เรามองจากตลาดก่อนเลยว่า มีความต้องการจริงไหม พอไปดูราคาขายก็พบว่าค่อนข้างดี ประกอบกับที่บ้านมีบ่อเลี้ยงปลาอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะลองทำดู”
สำหรับการเลี้ยงกุ้งฝอยเพื่อทำตลาดพ่อแม่พันธุ์ คุณเอ้บอกว่า บ่อดินคือรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยบ่อควรมีขนาดประมาณ 1–2 ไร่ ความลึกของบ่อราว 2 เมตร และเริ่มต้นเลี้ยงด้วยระดับน้ำประมาณ 1 เมตร อัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่ประมาณ 50,000 ตัวต่อบ่อ โดยจัดสัดส่วนตัวเมียมากกว่าตัวผู้ในอัตรา 2 ต่อ 1 เพื่อให้การผสมพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาหารที่ใช้เป็นอาหารสำเร็จรูปที่มีโปรตีนประมาณ 35–38 เปอร์เซ็นต์ ให้อาหารวันละ 1 มื้อในช่วงเช้า เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและสร้างโครงสร้างลำตัวที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตลาดต้องการ กุ้งฝอยใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 2–3 เดือน ก็จะเริ่มให้ลูกและสามารถจับขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยกุ้งพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมจำหน่ายจะสังเกตได้ง่าย จากตัวเมียที่มีไข่อยู่บริเวณหน้าท้อง ถือเป็นกุ้งที่สมบูรณ์และพร้อมส่งถึงมือลูกค้า
มื่อเทียบกับการเลี้ยงกุ้งเศรษฐกิจชนิดอื่น คุณเอ้ บอกว่า กุ้งฝอยถือว่าเลี้ยงง่าย ใช้ต้นทุนไม่สูง และยังไม่พบปัญหาโรครุนแรงจนถึงขั้นตายยกบ่อ การดูแลหลักคือการควบคุมคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักหรืออากาศแปรปรวน จะเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจน ช่วยลดความเสี่ยงและรักษาสภาพแวดล้อมในบ่อ
สำหรับการทำตลาด คุณเอ้ เล่าว่า จุดแข็งของฟาร์มกุ้งฝอยแห่งนี้ คือการทำตลาดเชิงรุก โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ ใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับลูกค้า โพสต์อัปเดตกิจกรรมในฟาร์ม ภาพพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอย และผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และขยายฐานลูกค้าจากการบอกต่อ
“ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากทั่วประเทศ ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ฟาร์มปลาสวยงาม และผู้ที่ต้องการนำกุ้งฝอยไปขยายพันธุ์ต่อ ราคาจำหน่ายพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่ตัวละประมาณ 3 บาท อายุ 4–5 เดือน โดยกำหนดขั้นต่ำในการสั่งซื้อทั่วไป 1,000 ตัว และหากสั่งตั้งแต่ 10,000 ตัวขึ้นไป มีบริการจัดส่งฟรีถึงหน้าบ่อ”
คุณเอ้ย้ำว่า การเลี้ยงกุ้งฝอยพ่อแม่พันธุ์เป็นตัวอย่างของการ “คิดต่าง” ในภาคเกษตร แม้ในช่วงแรกจะถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่เมื่อทำจริงและเห็นรายได้ ก็พิสูจน์ได้ว่าตลาดยังเปิดกว้างสำหรับคนที่กล้าลงมือทำและศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการมองตลาดให้ชัดรู้ว่าผลผลิตจะขายให้ใคร และเลือกเลี้ยงให้ตรงกับความต้องการ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ “กุ้งฝอย” ไม่ใช่แค่สัตว์น้ำพื้นบ้าน แต่กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน