แปลงผักน็อกดาวน์ ทำเงิน 3 เท่า ชั้นบนปลูกผัก
28 ธ.ค. 2566
317
0
ชั้นล่างเลี้ยงกุ้ง-หอย 1 งาน สร้างรายได้ 60,000 บาท/เดือน
แปลงผักน็อกดาวน์ ทำเงิน 3 เท่า ชั้นบนปลูกผัก
แปลงผักน็อกดาวน์ ทำเงิน 3 เท่า ชั้นบนปลูกผัก

“รูปแบบแปลงผักน็อกดาวน์ของเราคือให้นึกภาพง่ายๆ คือจะเป็นแปลงผักมีหลังคาเหมือนดอกเห็ด ความสูงของโครงสร้าง 2 เมตร แล้วพื้นที่ทำแคร่ปลูกผักสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร เป็นความสูงที่กำลังพอดี ทำงานได้สะดวก และด้วยขนาดความกว้างของแปลงกว้าง 1.20 เมตร เท่ากับกระเบื้องแผ่นลอนพอดี เราก็ไม่ต้องตัดต้องเติมอะไร ใช้แผ่นเดียวจบ แล้วระยะเอื้อมแขนเอื้อมได้สุดแปลง ซ้ายขวา ส่วนความยาว 6 เมตรก็คือความยาวของเหล็ก 1 เส้น ง่ายสะดวกต่อการทำงาน”
ถัดมาคือบ่อเลี้ยงกุ้ง ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใต้แปลงผักว่าง จึงมองหากิจกรรมทำเพิ่มเติมจากพื้นที่เหลือด้านล่าง จนมาได้ไอเดียทำบ่อเลี้ยงกุ้งใต้แปลงปลูกผัก เนื่องจากมีความคิดต่อยอดในอนาคตถ้ามีทุนทำเป็นร้านอาหารอีสานออร์แกนิก ประกอบกับที่ปัจจุบันกุ้ง หอย ปู ปลา ตามท้องที่เริ่มหายาก เพราะคนใช้สารเคมีเยอะ จึงเริ่มทำการทดลองทำบ่อเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติกก่อน
“บ่อเลี้ยงกุ้งฝอยของเดิมทีเป็นบ่อทดลองเลี้ยงปลามาก่อน ซึ่งก็ได้ผลดี และจากนั้นไม่นานผมก็ได้รับเลือกเป็นประธานสภาเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้มีโอกาสได้เดินทางไปเห็นปัญหาของเกษตรกรในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์มากขึ้น คือที่กาฬสินธุ์จะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนที่มีน้ำน้อย กับโซนพื้นที่มีน้ำมาก ก็คืออำเภอที่อยู่ใกล้กับเขื่อนลำปาวมีอยู่ประมาณ 6-7 อำเภอ ส่วนใหญ่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามสร้างรายได้ดี ต่างจากเกษตรกรอีก 5-6 อำเภอ ที่อยู่ห่างจากเขื่อน จะปลูกได้แต่ข้าว รายได้เขาต่ำ ทั้งที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน เราจึงกลับมาคิดว่าจะทำยังไงให้เขาเพิ่มมูลค่าได้ ก็เกิดสนใจการเลี้ยงกุ้งฝอย เพราะเลี้ยงง่าย สร้างมูลค่าสูง กิโลละ 300-500 บาท แล้วแต่พื้นที่ จึงเกิดไอเดียทดลองเลี้ยงกุ้งฝอยเป็นโมเดล โดยใช้พื้นที่ข้างล่างแปลงผักในการทดลองเลี้ยง แล้วให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ เพื่อไปเลี้ยงขายสร้างรายได้ในชุมชน เพราะว่าในชุมชนภาคอีสานเขาจะกินกุ้งฝอยกันอยู่แล้ว ใช้พื้นที่ไม่เยอะเพียง 1 งาน สร้างรายได้เดือนละ 30,000-40,000 บาท ข้างบนเราก็ปลูกผักขาย”
โดยปัจจุบันที่ฟาร์มมีแปลงผักทั้งหมด 12 แปลง แต่เลี้ยงกุ้งจริงๆ เพียง 4 บ่อ อีก 8 บ่อ ที่เหลือรอขยายพันธุ์ เนื่องจากหากต้องลงทุนซื้อพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอยตัวละ 1 บาท หากต้องซื้อทั้งหมดจะใช้ต้นทุนสูง เพราะ 1 บ่อ ต้องใช้ต้นทุนถึง 3,000 บาท ถ้าเลี้ยง 12 บ่อ คิดเป็นเงิน 36,000 บาท ประกอบกับที่ยังไม่รู้ว่าในอนาคตจะเลี้ยงสำเร็จหรือไม่ จึงเริ่มต้นทดลองเลี้ยงดูก่อน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เลี้ยงได้ผลดี รอการขยายพื้นที่เลี้ยงเพิ่มให้ครบทั้ง 12 บ่อ

วิธีการเพาะเลี้ยงกุ้งฝอย
ที่ฟาร์มจะเพาะเลี้ยงในบ่อพลาสติก คล้ายๆ กับการเลี้ยงในกระชังบก โดยการใช้พลาสติก HDPE อย่างดี มาเป็นวัสดุในการทำบ่อเลี้ยง ซึ่งใต้แปลงผักมีโครงสร้างเป็นเหล็กอยู่แล้ว เราก็ใช้พลาสติกมาคลุมทับให้เป็นบ่อสี่เหลี่ยม ขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 6 เมตร โดยอัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ต่อบ่ออยู่ที่ 3,000 ตัวต่อบ่อ ใช้ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงประมาณ 3 เดือน สามารถจับขายได้

โดยหลักการในการเลี้ยงกุ้งคือ กุ้งชอบน้ำสะอาด ไม่มีสารเคมีตกค้าง มีออกซิเจนเพียงพอ และมีพืชน้ำไว้ให้สำหรับวางไข่ เท่านี้ก็เพียงพอ

การเตรียมบ่อเลี้ยง เนื่องจากที่ฟาร์มเลี้ยงในบ่อพลาสติกก็จะมีกลิ่นของพลาสติกติดมาด้วย ให้ล้างทำความสะอาดจนกว่าจะไม่มีกลิ่นเหม็นของพลาสติกค้างอยู่ในบ่อ ด้วยการเทน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าลงไปประมาณ 1-2 ลิตร แช่ไว้ 3-5 วัน เสร็จแล้วปล่อยน้ำทิ้ง และมีข้อแนะนำว่าน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งควรเป็นน้ำบาดาลจะดีที่สุด เพราะน้ำบาดาลค่อนข้างจะปราศจากเชื้อโรค หากเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติอาจจะมีไข่ของสัตว์อื่นๆ ปนมาอาจจะเป็นศัตรูของกุ้งในอนาคต

จากนั้นมื่อทำการล้างบ่อจนสะอาดไม่มีกลิ่นของพลาสติกหลงเหลือแล้ว ให้เติมน้ำเข้าไปใหม่ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน แล้วในบ่อต้องมีพืชน้ำใส่ไปด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ผ่านมาเคยใช้สาหร่ายหางกระรอก ข้อเสียคือสาหร่ายหางกระรอกทำให้น้ำเน่าเสียง่าย ส่งผลให้ผู้เลี้ยงต้องล้างบ่อเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ทำให้เสียเวลา และเป็นการเพิ่มต้นทุน จึงได้มานั่งคิดว่าจะทำยังไงให้น้ำสะอาดตลอดเวลา ก็ปิ๊งไอเดียจากที่เคยดูยูทูบที่เห็นคนเลี้ยงปลาไหล เขาใช้เชือกฟางมาฉีกเป็นเส้นๆ แทนการใช้พืชน้ำ เราก็มาทำแบบเขาเพื่อทดแทนการใช้สาหร่ายสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของกุ้ง ให้ซ่อนตัวและวางไข่ แล้วเทคนิคนี้เวิร์ก เพราะทำให้น้ำไม่เน่าเสีย ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย ช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก

อาหาร ใช้อาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกราม บ่อละ 2 ช้อนโต๊ะ ให้วันละมื้อช่วงเย็น ซึ่งข้อดีของอาหารสำเร็จรูปคือน้ำไม่เน่าเสีย

การดูแลอื่นๆ การเลี้ยงกุ้งฝอยเป็นเรื่องไม่ยากหากผู้เลี้ยงเข้าใจพฤติกรรมของกุ้ง ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งนอกจากบ่อและน้ำสะอาด อาหารที่ดีแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือออกซิเจน ในบ่อกุ้งควรต้องมีออกซิเจนตลอด และแนะนำให้เลี้ยงหอยเชอรี่สีทองร่วมกันในบ่อด้วย โดยหอยเชอรี่จะทำหน้าที่คอยเก็บกวาดสิ่งสกปรกภายในบ่อเลี้ยง เช่น เก็บกวาดขี้กุ้ง ตะไคร่น้ำ เก็บเศษอาหาร ทำให้บ่อสะอาด น้ำไม่เน่าเสียง่าย

ที่มาของข้อมูล: เทคโนโลยีชาวบ้าน
ตกลง