ประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับจากการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ (ข้าวลดโลกร้อน)
1) รายได้เพิ่มขึ้นจากการได้รับ “ส่วนต่างราคาพิเศษ (Premium Price)”
การปลูกข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้ขายได้ราคาสูงขึ้นจากราคาตลาด โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงมากขึ้น
2) ต้นทุนการผลิตลดลงและจัดการแปลงได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
การใช้น้ำแบบ “เปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying : AWD)” ร่วมกับการใช้ปุ๋ยและสารอินทรีย์อย่างเหมาะสมช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ย ค่าน้ำ และแรงงาน ขณะที่ผลผลิตยังคงมีคุณภาพและปริมาณที่ดี
3) องค์ความรู้ใหม่และทักษะการผลิตแบบมาตรฐานสากล
เทคนิคการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ การวัดค่าคาร์บอน การจัดเก็บข้อมูล และการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ทำให้เกษตรกรมีทักษะใหม่ที่สามารถต่อยอดสู่อาชีพอย่างยั่งยืน
4) ตลาดส่งออกที่มั่นคงและมีความต้องการสูง
“ข้าวคุณภาพสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ” เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ มีช่องทางการขายที่แน่นอน ไม่เสี่ยงต่อราคาตลาดภายในประเทศ
5) ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแแวดล้อม และทำการเเกษตรได้อย่างยั่งยืน
กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยมีเทน ลดการใช้น้ำ และเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้แปลงนาแข็งแรงขึ้น ดินดีขึ้น และลดผลกระทบจากภัยแล้ง
หรือสภาพอากาศแปรปรวน เกษตรกรสามารถทำการผลิตได้ต่อเนื่องในระยะยาว
6) เกิดความภาคภูมิใจและคุณค่าต่ออาชีพ
การได้มีส่วนร่วมผลิตอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งออกไปยังต่างประเทศ ช่วยสร้างภาพลักษณ์เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐาน พร้อมเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่น ๆ พัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน
ที่มา : กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์