ดีป้า เชิญชวน ชุมชน/เกษตรกร ยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ
31 มี.ค. 2569
10
0
โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัลซีซัน 3
ดีป้าเชิญชวนชุมชน/เกษตรกรยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ
ดีป้า เชิญชวน ชุมชน/เกษตรกร ยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ

ดีป้า เชิญชวน ชุมชน/เกษตรกร ยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ

โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ชีชัน 3 (One Tambon One Digital : OTOD #3) จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีป้า (depa) เพื่อขับเคลื่อนการ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ภายใต้บริบทที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างภาคธุรกิจและภาคเกษตร โดยเอกชนรายใหญ่ประมาณ 15,000 ราย มีสัดส่วนต่อ GDP ราว 56% ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ประมาณ 3.2 ล้านราย มีสัดส่วนราว 35% ส่วนภาคเกษตรซึ่งมีประมาณ 8 ล้านครัวเรือน กลับมีสัดส่วนต่อ GDP เพียง 896 เท่านั้น แม้จะมีจำนวนครัวเรือนจำนวนมาก แต่กลับมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่าภาคธุรกิจขนาดใหญ่และ SMES อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าผลผลิต และลดต้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ในขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรไทยยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งสังคมสูงวัยที่ส่งผลให้แรงงานภาคเกษตรลดลง หนี้สินครัวเรือนและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ความผันผวนของตลาดโลก ความไม่แน่นอนขอนของนโยบายประเทศคู่ค้า ตลอดจนแรงกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) ซึ่ง ล้วนกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmers) ประมาณ 1,000,000 คน หรือราว 12-15% ของเกษตรกรทั้งหมด สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรดิจิทัลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ในการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ยังครองสัดส่วนการใช้เทคโนโลยีสูงถึง 88.28% สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างรายใหญ่และเกษตรกรรายย่อยอย่างชัดเจน

โครงการ OTOD #3 จึงมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับทักษะด้าน Digital Agiculture พร้อมจัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture จำนวน 8 พื้นที่ทั่วประเทศ ในจังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต สงขลา อุบลราชธานี ขอนแก่น ควบคู่กับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้บริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจนพื้นฐานข้อมูล ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก ดูแลรักษา จนถึงการจัดการผลผลิต พร้อมทั้งสร้างอาชีพไหม่ ยกระดับ ศูนย์ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีภาคการเกษตรในชุมชน และต่อยอดสู่ธุรกิจชุมชนรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงเทคโลยี ตลาด และแหล่งเงินทุนอย่างเป็นระบบ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

ตกลง