สารสกัดจากพืช ใช้อย่างไร?
18 มี.ค. 2569
4
0
สารสกัดจากพืช ใช้อย่างไร?
สารสกัดจากพืช ใช้อย่างไร?

สารสกัดจากพืช" ใช้อย่างไร?

คำแนะนำการใช้สารสกัดจากพืช
1) ควรระมัดระวังในการเตรียมตัวอย่างพืชไม่ให้เข้าตา เพราะอาจเกิดความระคายเคืองได้
2) ควรฉีดพ่นสารสกัดก่อนแมลงระบาดเพื่อเป็นการป้องกัน
3) ควรฉีดพ่นในเวลาที่ไม่มีแสงแดดจัดเนื่องจากสารสำคัญในสารสกัดจากพืชสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อนและแสงแดด

  • กากเมล็ดชาน้ำมัน
    ประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
    กากเมล็ดชาน้ำมัน มีสารกลุ่มซาโปนิน (triterpenoid Saponin มีฤทธ์ต่อระบบปราสาทระบบเลือด และมีผลต่อการลอกคราบแมลง สามารถกำจัดหอยเชอรี่หอยศัตรูกล้วยไม้
    วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช
    เพื่อกำจัดหอยเชอรี่(หว่านกากเมล็ดชาในนาข้าว 2.5 กิโลกรัมต่อไร่ ต้องมีระดับน้ำในนาข้าว 5 เซนติเมตร และรักษาระดับน้ำให้คงที่อย่างน้อย 3 วัน) และการนำมากำจัดหอยศัตรูกล้วยไม้
    พบว่าใช้อัตรา 5.0 กิโลกรัมต่อไร่ มีประสิทธิภาพกำจัดหอยอำพันและหอยเจดีย์ใหญ่
  • ว่านน้ำ
    ประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
    สาระสำคัญในว่านน้ำ คือ สารออกฤทธิ์ที่สำคัญคือ เบต้า-อาซาโรน (B-asarone) นอกจากนี้ยังพบสารอาโคแรงเจอร์มาโครน (acorangermancrone) และอาซาริลอัลดีฮาย (asarylaldhyde)
    ในน้ำมันหอมระเหยจากรากว่านน้ำเป็นสารฆ่าแมลง โดยเป็นพิษต่อระบบประสาทของแมลง ยับยั้งการเจริญเติบโต และการกินอาหารของแมลง ยับยั้งการพัฒนาของระบบสืบพันธุ์ และการออกจากไข่ของตัวอ่อน
    นอกจากนี้ยังยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรีย ใช้กับแมลงวันแตง แมลงวันผลไม้ ด้วงหมัดผัก หนอนกระทู้ผัก และแมลงศัตรูในโรงเก็บ
    วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชทำได 2 วิธี ดังนี้
    1.คลุกกับเมล็ดพืชในโรงเก็บ โดยใช้ผงว่านน้ำ 1 กิโลกรัม คลุกเมล็ดพืช 50 กิโลกรัม
    2.เหง้าบดเป็นผง 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ไว้ค้างคืนหรือต้ม 45 นาที กรองแล้วนำไปฉีดพ่น
  • หางไหล
    ประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
    เป็นสารฆ่าแมลง โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของระบบหายใจของแมลง สารสกัดจากรากสามารถป้องกันกำจัดศัตรูพืชหลายชนิด อาทิ
    - แมลงศัตรูผัก เช่น หนอนใยผัก หนอนกระทู้ผัก เพลี้ยจักจั่นฝ้าย เพลี้ยอ่อนกะหล่ำปลี เพลี้ยอ่อนถั่วฝักยาว หนอนเจาะฝักถั่วฝักยาว หนอนผีเสื้อสีน้ำเงิน
    - แมลงศัตรูข้าว เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนห่อใบข้าว
    - แมลงศัตรูข้าวโพด เช่น หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด
    - แมลงศัตรูกล้วยไม้ เช่น เพลี้ยไฟฝ้าย
    - แมลงศัตรูในโรงเก็บ เช่น ด้วงถั่วเขียว
    วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช
    นำรากหางไหลมาทุบให้แตก สับเป็นชิ้นเล็กๆ แช่ในน้ำอัตราส่วน ราก 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ไว้ 48 ชั่วโมง ใช้ไม้กวนเป็นครั้งคราวกรองด้วยผ้าขาวบางนำน้ำที่กรองได้ไปพ่นในแปลพืชทุก 5-7 วัน นำมาบดเป็นผงใช้คลุกเมล็ด
  • สะเดา
    ประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
    สะเดา มีสารอาซาไดแรคติน ซาแลนนิน เมเลีย ไตรออล และนิมบิน สารเหล่านี้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
    - ยับยั้งการลอกคราบของแมลง โดยไปขัดขวางและยับยั้งการสร้างฮอร์โมนที่ใช้ในการลอกคราบ
    - ยับยั้งการกินอาหารชนิดถาวร จนทำให้แมลงตายในที่สุด
    - ยับยั้งการเจริญเติบโตของไข่ หนอน และดักแด้
    - เป็นสารไล่แมลง
    - ยับยั้งการวางไข่ของแมลง ทำให้ปริมาณไข่ลดลง
    ใช้ป้องกันกำจัเพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนม้วนใบถั่ว
    วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช
    เมล็ดสะเดาบดละเอียดอัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอาส่วนน้ำไปพ่นในแปลงปลูกพืช (ใช้ได้ผลในแปลงปลูกที่ศัตรูพืชระบาดไม่รุนแรง และหนอนมีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงไม่มาก ควรพ่นก่อนมีการระบาด
    หรือมีการระบาดเพียงเล็กน้อย และพ่นติดต่อกันไปทุก 7 วัน ในแหล่งที่ระบาดอย่างรุนแรง)
    เมล็ดสะเดาบดละเอียดอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ (หว่านรอบต้นในอัตรา 2.5 กรัมต่อหลุม สามารถที่จะกำจัดตัวอ่อนของด้วงหมัดผักที่อาศัยอยู่ในดินได้ดี ส่วนตัวเต็มวัย ที่ทำลายส่วนใบ สารสกัดสะเดาไม่สามารถป้องกันกำจัดได้
  • หนอนตายหยาก
    ประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
    หนอนตายหยาก ใช้ป้องกันกำจัดหนอนแมลงวัน ป้องกันกำจัด แมลงศัตรูพืช ยับยั้งการกินจองหนอนกระทู้หอม หนอนใยผัก หนอนแมลงวัน มีความเป็นพิษต่อลูกน้ำยุง
    วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช
    นำรากหนอนตายหยาก สับเป็นชิ้นเล็กๆ ปริมาณ 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร กวนและหมักไว้ค้างคืน กรองเอาน้ำไปฉีดพ่นพืชผักทันที ฉีดพ่น ทุก 3-5 วัน ใช้น้ำให้หมดทุกครั้ง ไม่ควรเก็บไว้เพราะราจะขึ้น
  • เมล็ดน้อยหน่า
    ประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
    ในเมล็ดน้อยหน่ามีสารอัลคาลอยค์ มีความเป็นพิษทางการสัมผัสและระบบทางเดินอาหาร เป็นพิษต่อเพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นฝ้าย หนอนใยผัก
    วิธีการใช้ นำเมล็ด1กิโลกรัม มาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำ 20 ลิตร และแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน จากนั้นกรองเอาน้ำไปแดพ่นในแปลงเกษตร
    ***ระวังเวลาบดอย่าให้ผงเมล็ดน้อยหน่าให้เข้าตาเพราะจะทำให้ตาเกิดการระคายเคืองอย่างมาก
ที่มาของข้อมูล: กรมวิชาการเกษตร
ตกลง