ภาพของจังหวัดนนทบุรีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากพื้นที่สวนผลไม้ริมคลองสู่เมืองแห่งคอนโดมิเนียม ถนนสายใหม่ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ยังมีพื้นที่สีเขียวบางส่วนที่ยังคงยืนหยัดรักษาวิถีเกษตรดั้งเดิมเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือ “สวนทุเรียน 5 พี่น้อง” สวนทุเรียนนนท์ GI ที่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบการทำสวนยกร่องแบบดั้งเดิม และสืบทอดมรดกจากบรรพบุรุษมากว่า 100 ปี ท่ามกลางความท้าทายของการขยายตัวของเมืองที่ค่อยๆ รุกคืบเข้ามาในทุกทิศทาง
คุณสุดใจ ศรศิลป์ เจ้าของ 5 พี่น้อง สวนทุเรียนนนท์ เล่าว่า ปัจจุบันสวนแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ โดยมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นเจ้าของร่วมกัน ถือเป็นมรดกที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน และยังคงผลิตทุเรียนนนท์ GI คุณภาพสูงออกสู่ตลาดทุกปี เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทุเรียนนนท์ให้คงอยู่ต่อไป
การปลูกทุเรียนหนึ่งต้นไม่ใช่เรื่องง่าย คุณสุดใจ เล่าว่า ต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างมาก ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกทุเรียนได้ประมาณ 20 ต้น โดยช่วง 7 ปีแรกจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้น้ำ การป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช รวมถึงการบำรุงต้นอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่ต้นจะเริ่มให้ผลผลิต “ระหว่างรอทุเรียนโต 7 ปี เราก็ปลูกกล้วย ขนุน ชมพู่ มะเหมี่ยว หรือพืชชนิดอื่นแซมไว้ก่อน เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนระหว่างรอทุเรียนให้ผลผลิต” สำหรับการผลิตทุเรียนนนท์ GI นั้น การจัดการพื้นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการยกโคกบนท้องร่องให้เหมาะสม เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณราก ขณะเดียวกันก็ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ควบคู่กับการเฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูพืชตลอดทั้งปี
ความพิถีพิถันในการดูแลทุกขั้นตอน ส่งผลให้ทุเรียนนนท์ GI ของสวน 5 พี่น้อง มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของลูกค้า โดยทุเรียนที่ตัดจำหน่ายมีน้ำหนักเฉลี่ยตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป สำหรับทุเรียนพันธุ์ก้านยาว ซึ่งถือเป็นดาวเด่นของสวน มีราคาจำหน่ายประมาณกิโลกรัมละ 5,000 บาท ขณะที่ผลผลิตต่อปีมีไม่เกิน 15 ผล ส่วนทุเรียนหมอนทองและสายพันธุ์อื่นๆ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,200-1,500 บาท