กุ้งฝอย เป็นสัตว์น้ำขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย และอยู่คู่กับวิถีอาหารไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเมนูกุ้งฝอยทอด กุ้งฝอยแกงส้ม หรือใช้เป็นวัตถุดิบพื้นบ้านในหลายพื้นที่
นอกจากคุณค่าทางอาหารที่ให้ทั้งโปรตีนและแคลเซียมสูงแล้ว กุ้งฝอยยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ โดยเฉพาะการเป็นอาหารธรรมชาติของปลาเศรษฐกิจในช่วงอนุบาล เช่น ปลาช่อน ปลากราย รวมถึงปลาสวยงาม
คุณเอ้-จรินทร์ ขำการะเกตุ คือหนึ่งในคนที่มองเห็นโอกาสว่ากุ้งฝอยในตลาดมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เลี้ยงยังมีไม่มาก โดยเฉพาะกุ้งฝอยพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพ จึงกลับมาหารือกับครอบครัวและเริ่มศึกษาข้อมูล
ทั้งด้านการเลี้ยงและการตลาด
สำหรับการเลี้ยงกุ้งฝอยเพื่อทำตลาดพ่อแม่พันธุ์ คุณเอ้บอกว่า บ่อดินคือรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยบ่อควรมีขนาดประมาณ 1–2 ไร่ ความลึกของบ่อราว 2 เมตร และเริ่มต้นเลี้ยงด้วยระดับน้ำประมาณ 1 เมตร
อัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่ประมาณ 50,000 ตัวต่อบ่อ โดยจัดสัดส่วนตัวเมียมากกว่าตัวผู้ในอัตรา 2 ต่อ 1 เพื่อให้การผสมพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการทำตลาด คุณเอ้ เล่าว่า จุดแข็งของฟาร์มกุ้งฝอยแห่งนี้ คือการทำตลาดเชิงรุก โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ ใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับลูกค้า โพสต์อัปเดตกิจกรรมในฟาร์ม ภาพพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอย
และผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และขยายฐานลูกค้าจากการบอกต่อ
คุณเอ้ย้ำว่า การเลี้ยงกุ้งฝอยพ่อแม่พันธุ์เป็นตัวอย่างของการ “คิดต่าง” ในภาคเกษตร แม้ในช่วงแรกจะถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่เมื่อทำจริงและเห็นรายได้ ก็พิสูจน์ได้ว่าตลาดยังเปิดกว้างสำหรับคนที่กล้าลงมือทำและ
ศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการมองตลาดให้ชัดรู้ว่าผลผลิตจะขายให้ใคร และเลือกเลี้ยงให้ตรงกับความต้องการ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ “กุ้งฝอย” ไม่ใช่แค่สัตว์น้ำพื้นบ้าน แต่กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน