Future Food “อาหารแห่งอนาคต”
16 ก.พ. 2569
19
5
Future Food “อาหารแห่งอนาคต”
Future Food “อาหารแห่งอนาคต”

Future Food “อาหารแห่งอนาคต”
“อาหารแห่งอนาคต” ถือเป็นทางรอดและทางเลือกใหม่ ที่หลายหน่วยงานในไทย รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการอย่างยั่งยืน รวมถึงสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
โดยแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ตามการคาดการณ์ของสถาบันอาหาร (NFI) พบว่า พ.ศ. 2563-2573 ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ บนหลัก 3 SAVE คือ Health Save, Environmental Save และ Animal Save ทำให้ “อาหารแห่งอนาคต” เริ่มกลายเป็นเทรนด์เขย่าวงการอาหาร กระตุ้นให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว ผู้บริโภครู้จักทางเลือกในการบริโภคแบบใหม่
1) Organic Foods “อาหารเกษตรอินทรีย์”
เป็นหนึ่งในกลุ่มอาหารแห่งอนาคตที่มีการส่งออกเติบโตเร็วมาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลิตผลระบบการเกษตรที่ลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอก หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีตั้งแต่การปลูก เลี้ยง และแปรรูป ต้องไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และดินหรือปุ๋ยที่มาจากกากของระบบบำบัดน้ำเสีย ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งผู้บริโภคสายชอบการปรุงอาหารเอง ผู้บริโภคที่มีภาวะภูมิคุ้มกันไวกับสารเคมีหรือสิ่งเจือปนในอาหาร รวมทั้งผู้บริโภคที่ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ตลอดจนวัตถุดิบและส่วนผสม เช่น ผักอินทรีย์ เนื้อสัตว์ นมพาสเจอไรซ์หรือไข่ที่ได้จากการเลี้ยงด้วยวีถีธรรมชาติเท่านั้น
2) Alternative Protein “โปรตีนทางเลือก”
เป็นหนึ่งในกระแสของอาหารแห่งอนาคต ด้วยเหตุผลหลัก คือ ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทางธรรมชาติ รวมทั้งความนิยมของผู้บริโภคที่หันมารักสุขภาพมากขึ้น บริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง ซึ่งหลายคนอาจรับประทานเป็นประจำกันอยู่แล้ว อาหารในกลุ่มนี้ อาจแบ่งออกตามแหล่งวัตถุดิบ เช่น โปรตีนจากพืช (Plant Based Protein) โปรตีนจากแมลง (Insect Protein) โปรตีนจากจุลินทรีย์ หรือมัยคอโปรตีน (Mycoprotein) ซึ่งได้จากเส้นใยหรือไมซีเลียมเห็ดหรือราที่ใช้เป็นอาหารได้ รวมถึงอาหารจากเซลล์ที่เพาะในห้องปฏิบัติการ ด้วยกระบวนการเลียนแบบการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อ เพื่อขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร (Cell Based Food) ทั้งนี้ โปรตีนทางเลือกอาจผ่านกระบวนการทำเป็นผงขึ้นรูปหรือปรุงแต่งกลิ่น รส และลักษณะให้คล้ายผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์แบบต่าง ๆ
3) Medical Foods “อาหารทางการแพทย์”
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ทั้งยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่เป็นอาหารที่ออกแบบมาตามความต้องการเฉพาะกลุ่ม ให้ได้รับสารอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เราอาจจะนึกภาพออกตามรูปแบบการรับประทาน เช่น การชงดื่ม อาหารที่มีรสสัมผัสนิ่ม รับประทานง่ายแบบเจลลี่เพื่อเสริมการได้รับสารอาหาร นอกเหนือจากอาหารปกติบางมื้อ หรืออาหารที่ให้ทางสายยาง โดยเป็นสูตรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ผู้ป่วยเฉพาะโรค หรือผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ
4) Functional Foods and Drink “อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ”
เป็นอาหารทั่วไป แต่ให้คุณค่าอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรค อาหารกลุ่มนี้เราอาจบริโภคกันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แค่ไม่รู้ว่าอยู่ในกลุ่มอาหารแห่งอนาคตประเภทหนึ่ง เช่น ไข่ไก่เสริมโอเมก้า-3 เครื่องดื่มผสมวิตามิน โยเกิร์ต หรืออาหารที่มีโพรไบโอติก นั่นเอง
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สุขภาพ

ตกลง