แจ้งเตือนศัตรูระบาด “โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease)”
4 มิ.ย. 2561
4,418
0
แจ้งเตือนศัตรูระบาด “โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease)”
แจ้งเตือนศัตรูระบาด “โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease)”

แจ้งเตือนศัตรูระบาด “โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease)” 

 

เตือนเกษตรกรที่ปลูกข้าวในทุกภาคของประเทศไทยด้วยขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้วหลายพื้นที่ข้าวส่วนใหญ่อยู่ ในระยะกล้าถึงแตกกอ ประกอบกับในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่องสภาพอากาศมีความชื้นสูง นอกจากโรคไหม้ข้าวแล้ว การระบาดของโรคขอบใบแห้งข้าวก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวในแถบภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงขอให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคขอบใบแห้งข้าว และหมั่นส ารวจแปลงนาอย่างสม่ าเสมอ หากพบใบข้าวมีลักษณะเป็นแผลช้าที่ขอบใบของใบล่าง หรือแผลเป็นทาง สีเหลืองยาวตามใบข้าว ให้รีบแจ้งส่านักงานเกษตรอ าเภอ หรือส่านักงานเกษตรจังหวัดเพื่อด่าเนินการควบคุมและ ป้องกันก าจัดทันที 

 

เชื้อสาเหตุ  :  เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae (ex Ishiyama) Swings et al ลักษณะอาการ โรคขอบใบแห้งข้าว สามารถพบได้ตั้งแต่ระยะกล้า แตกกอ จนถึงฺออกรวง โดยระยะกล้าจะมีจุดเล็กๆ ลักษณะ ช้ าที่ขอบใบของใบล่าง ต่อมาประมาณ ๗ - ๑๐ วัน จุดช้ านี้จะขยายเป็นทางสีเหลืองยาวตามใบข้าว ใบที่เป็นโรคจะแห้ง อย่างรวดเร็ว และสีเขียวจะจางลงเป็นสีเทาอาการในระยะปักด่าจะแสดงหลังจากปักด่าแล้วประมาณหนึ่งเดือนถึงหนึ่ง เดือนครึ่ง ใบที่เป็นโรคขอบใบมีรอยขีดช้ าต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองที่แผลมีหยดน้ าสีครีมคล้ายยางสนกลมๆขนาดเล็ก เท่าหัวเข็มหมุดต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ าตาลและหลุดร่วงและลอยไปตามน้ า ซึ่งจะท่าให้โรคสามารถระบาดไปยังพื้นที่อื่น ได้แผลจะขยายไปตามความยาวของใบ บางครั้งขยายเข้าไปข้างในตามความกว้างของใบ ขอบแผลมีลักษณะเป็น ขอบลายหยักแผลนี้เมื่อนานไปจะเปลี่ยนเป็นสีเทา ใบที่เป็นโรคขอบใบจะแห้งและม้วนตามความยาว ในกรณีที่ต้นข้าวมี ความอ่อนแอต่อโรค และเชื้อโรคมีปริมาณมาก จะท่าให้ท่อน้ าท่ออาหารอุดตัน ต้นข้าวจะเหี่ยวเฉาและแห้งตายทั้งต้น อย่างรวดเร็ว เรียกอาการของโรคนี้ว่าครีเสก (kresek) การแพร่ระบาด โรคขอบใบแห้งข้าวสามารถแพร่ระบาดไปกับน้ าในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและสภาพที่มีฝนตก ลมพัดแรง จะท่าให้โรคสามารถแพร่ระบาดได้อย่างกว้างขวางรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งพบค่อนข้างมากในนาน้ าฝน นาในเขต ชลประทาน ในแถบภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะน าวิธีการป้องกันก าจัด ดังนี้  ๑. ปลูกข้าวพันธุ์ต้านทาน เช่น กข๕ กข๗ กข๑๔ กข๑๗ กข๒๑ กข๒๓ กข๒๕ กข๒๙ (ชัยนาท ๘๐) กข๓๑ (ปทุมธานี๘๐) กข๓๗ กข๓๙ พิษณุโลก ๖๐-๑พิษณุโลก ๖๐-๒ สันป่าตอง๑ สุพรรณบุรี๑ สุพรรณบุรี๒ สุพรรณบุรี๓ และสุพรรณบุรี๙๐ ๒. ในดินที่อุดมสมบูรณ์ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจ่าเป็น ๓. เมื่อพบการระบาดของโรคในแปลงไม่ควรระบาย่น้าจากแปลงไปสู่แปลงอื่น ๔. ส ารวจแปลงนา อย่างสม่ าเสมอ และควรเฝ้าระวังการเกิดโรคถ้าปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้ เช่น  พันธุ์ขาวดอกมะลิ๑๐๕ กข๖ พิษณุโลก ๒ ชัยนาท๑ ๕. ใช้สารป้องกันก าจัดโรคพืช เช่น เช่น แบคบิเคียว , ไอโซโพรไทโอเลน ,คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ เสตร็พโตมัย ซินซัลเฟต+ออกซีเตทตราไซคลินไฮโดรคลอร์ไรด์ไตรเบซิคคอปเปอร์ซัลเฟตควรพ่นตั้งแต่พบอาการเริ่มแรก อัตราตาม ฉลากแนะน าในฉลาก 

 

 ๒  ๖. ใช้สารผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการเกิดโรค เช่น Bacillus subtilis หากพบอาการของโรครุนแรงให้พ่นทุก ๗ วัน หรือคลุกเมล็ดก่อนการปลูก อัตราตามฉลากแนะน่าในฉลาก

ตกลง