‘ปุ๋ยปลาร้า’ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต รักษาสิ่งแวดล้อม
10 ส.ค. 2564
60
0
‘ปุ๋ยปลาร้า’ช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต
‘ปุ๋ยปลาร้า’ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต รักษาสิ่งแวดล้อม

กวันนี้ ภาคเกษตรต้องเผชิญปัญหาดินเสื่อม โรคแมลงศัตรูพืชและปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น  หากใครกำลังมองหาแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ก็แนะนำให้ทดลองใช้ “ปุ๋ยปลาร้า” (น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่ต้องการ

ย้อนกลับเมื่อปี 2550-2551 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยคุณสุพจน์ แสงประทุม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2   อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในสมัยนั้น เกิดแนวคิดที่จะช่วยเกษตรกร “ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม” จึงได้มอบหมายให้ นักวิชาการเกษตร ชื่อ คุณวิชัย ซ้อนมณี ศึกษาทดลองการใช้น้ำหมักชีวภาพชนิดต่างๆ  มาใช้ในแปลงเพาะปลูกพืช ก็ได้ผลสรุปว่า  น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลหรือที่เรียกกันทั่วไปคือ ปุ๋ยปลาร้า

ดย ปุ๋ยปลาร้า มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ได้อย่างดี

เมื่อนำปุ๋ยปลาร้าไปให้เกษตรกรทดลองปุ๋ยปลาร้าก็พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในแปลงปลูกพืช เพราะสามารถเพิ่มจำนวนปริมาณของผลผลิตมากขึ้น ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น เป็นทั้งปุ๋ยและยาควบคุมศัตรูพืชควบคู่กันไป เกษตรกรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  ช่วยลดต้นทุนการผลิตลดลงเมื่อเทียบการปลูกโดยใช้สารเคมี ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ผลการทดสอบปุ๋ยปลาร้ากับพืช

 

ทั้งนี้ นักวิจัยได้ค้นพบว่า น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลหรือปุ๋ยปลาร้าที่หมักจากปลาทะเลนานกว่า 8 เดือนขึ้นไป มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยทดลองกับพืชชนิดต่างๆ แล้ว ปรากฏผลดังนี้

อ้อย

ได้ทดลองใช้น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล 2 ครั้ง ต่อ 1 ปี ในอัตราส่วนน้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร ในพื้นที่ไร่อ้อย 1 ไร่ ใช้น้ำหมักชีวภาพผสมน้ำแล้ว 200 ลิตร มี 2 วิธี ดังนี้

วิธีการที่ 1
– ตั้งแต่เริ่มวางท่อนพันธุ์อ้อยจนท่อนพันธุ์อ้อยได้ 1 ศอก ประมาณ 3 เดือน กำหนดการฉีด 1 ครั้ง ในอัตราส่วน น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล 1 ลิตร ผสมน้ำ 100 ลิตร ฉีดที่โคนและใบ

อนนี้ฉีดโคนอย่างเดียว และไม่ต้องฉีดแล้วจนกระทั่งเก็บเกี่ยว จนอายุครบ 1 ปี หรือ 12 เดือน

วิธีการที่ 2
– แบบปล่อยน้ำไหลเอื่อยๆ ไปทั่วแปลงอ้อย โดยใช้อัตราส่วนและระยะเวลาเท่ากัน คือปล่อยน้ำช่วงเดือนที่ 3 และเดือนที่ 5

ผลที่ได้รับ
1. ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยมากขึ้น
2. ป้องกันการระบาดของหนอนกินราก หรือหนอนกอไม่ให้มารบกวน
3. ปริมาณน้ำหมักของอ้อยได้ปริมาณน้ำหนักมากขึ้นเท่าตัว
4. เป็นทั้งปุ๋ยบำรุงดินและยาควบคุมศัตรูพืชควบคู่กันไป
5. ปลอดภัยต่อร่างกายและรักษาสิ่งแวดล้อม

นาข้าว

ในช่วงเตรียมดินใช้น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล 1 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทั่วแปลงนา ปรับสภาพดิน หลังจากนั้นใช้น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล ในอัตราส่วน 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 4 ครั้ง ดังนี้

การแช่เมล็ดพันธุ์
1. แช่เมล็ดพันธุ์ข้าว 1 วัน โดยผสมน้ำหมักชีวภาพกับน้ำในอัตรา 1 : 200 (หรือน้ำหมักชีวภาพ 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร)

ตกลง