คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นตัวอย่างของเกษตรกรยุคใหม่ ที่มองไผ่ในมิติของธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้สามารถสร้างรายได้จากไผ่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
คุณประสานเล่าว่า เริ่มปลูกไผ่มาตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นเคยทำทั้งพืชไร่และไม้ผล โดยเฉพาะส้มโชกุน ควบคู่กับการรับราชการ แต่พบว่าพืชหลายชนิดต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องดูแลใกล้ชิด และมีความเสี่ยงจากโรค แมลง รวมถึงความผันผวนของราคา
“ผมมองหาพืชที่เหมาะกับคนมีเวลาจำกัด ดูแลง่าย เก็บมูลค่าไว้ได้นาน หากราคายังไม่เหมาะสมก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบขาย และที่สำคัญต้องสร้างรายได้จริง” คุณประสานกล่าว ก่อนตัดสินใจเลือกไผ่เป็นพืชหลักของสวน
ในช่วงแรกเลือกปลูกไผ่เลี้ยงหวาน ซึ่งตอบโจทย์เฉพาะตลาดหน่อไม้ แต่ยังไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากเนื้อไม้ได้ จนกระทั่งปี 2553 ได้รู้จัก “ไผ่ซางหม่น” และพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่า ทั้งในด้านการผลิตหน่อไม้และการใช้ประโยชน์จากลำไผ่
จุดเด่นของไผ่ซางหม่นคือมีความทนทานต่อความเสี่ยงด้านการผลิต ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ลมพายุ และปัญหาศัตรูพืช อีกทั้งยังให้หน่อเร็ว ทำให้สามารถออกสู่ตลาดก่อนและได้เปรียบด้านราคา เมื่อพ้นฤดูหน่อไม้ก็สามารถเก็บลำไผ่จำหน่ายต่อได้ เป็นการสร้างรายได้จากผลผลิตหลายรูปแบบในพื้นที่เดียวกัน
และถึงแม้ตลาดไผ่อาจไม่ชัดเจนเหมือนพืชเศรษฐกิจหลักหลายชนิด แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ความต้องการของตลาดยังมีอยู่ต่อเนื่อง “ไผ่เป็นเหมือนตลาดที่มองไม่เห็น แต่เมื่อมีผลผลิตออกมา ก็แทบไม่เคยเหลือคาสวน เพราะมีผู้ประกอบการเข้ามารับซื้ออยู่ตลอด สะท้อนว่าความต้องการของตลาดยังสูงกว่าปริมาณผลผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน”