“รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ ร่วมกับ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ และ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ (27/3/69)
27 มี.ค. 2569
6
0
“รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร”
“รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ ร่วมกับ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ และ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ (27/3/69)

         วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.10-10.00 น. นางปารีณา สอนอาจ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายนายธนกฤต เนื้ออ่อน เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กลุ่มสารสนเทศการเกษตร ดำเนินรายการวิทยุ “รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” ร่วมกับ นายสมคิด จังอินทร์ หัวหน้ากลุ่มควบคุมตามพระราชบัญญัติ  นายวิชัย  ศิริวรรณ นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ และ นางสาวลักขณา ร่มเย็น นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์  ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ ณ สวท.อำนาจเจริญ คลื่น FM  ความถี่ 103.25 MHz เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารโครงการ/กิจกรรมของหน่วยงานดังต่อไปนี้

 

          1. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ (บ.โนนโพธิ์ ต.โนนโพธิ์ อ.เมืองฯ โทร 045-525-756)

 

          1.1 ประกาศเตือนเกษตรกร ระวัง "รถเร่ขายปุ๋ยและสารเคมีปลอม" ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ

เนื่องด้วยขณะนี้เข้าสู่ช่วงเตรียมฤดูกาลเพาะปลูก มักมีกลุ่มมิจฉาชีพนำ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช และเมล็ดพันธุ์พืช มาเร่ขายตามหมู่บ้านในลักษณะรถเร่ หรือจัดประชุมแอบอ้างสรรพคุณเกินจริง

เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตและทรัพย์สิน ขอให้เกษตรกรทุกท่านยึดหลัก "4 ไม่" ดังนี้ครับ:

 * ไม่ซื้อจากรถเร่: เพราะมักเป็นสินค้าด้อยมาตรฐาน และเมื่อมีปัญหาจะไม่สามารถติดตามผู้ขายมารับผิดชอบได้

 * ไม่เชื่อสรรพคุณเกินจริง: เช่น ปุ๋ยวิเศษใช้เพียงนิดเดียวผลผลิตพุ่งพรวด หรือการอ้างเป็นสินค้าจากโครงการรัฐมาลดราคาเป็นพิเศษ

 * ไม่ซื้อสินค้าไม่มีฉลาก: สินค้าต้องมีฉลากภาษาไทย ระบุ เลขทะเบียน (กรมวิชาการเกษตร) ชื่อผู้ผลิต และที่ตั้งที่ชัดเจน

 * ไม่หลงเชื่อการจัดเลี้ยง/สาธิต: มักเป็นการกดดันให้ซื้อสินค้าจำนวนมากในคราวเดียว

วิธีเลือกซื้ออย่างปลอดภัย

 * เลือกซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาต: หรือมองหาป้ายสัญลักษณ์ "ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตเกษตรที่มีคุณภาพ (Q-Shop)"

 * ขอใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง: เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากสินค้ามีปัญหา

หากพบเบาะแสการเร่ขายที่น่าสงสัย

โปรดรีบแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ทันที:

 * กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ของท่าน

 * ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ โทร 045 525 756 - 7

 * สายด่วนสารวัตรเกษตร: โทร 1174

 

          1.2  สาระน่ารู้เกี่ยวกับปุ๋ย

          ปุ๋ยเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตร แต่การจะใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากกว่าแค่การใส่ลงไปในดินครับ นี่คือสาระน่ารู้ที่จะช่วยให้เข้าใจเรื่องปุ๋ยได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น:

1. รหัสลับบนกระสอบ (N-P-K)

ตัวเลข 3 ตำแหน่งที่เราเห็นบนกระสอบปุ๋ย คือสัดส่วนของธาตุอาหารหลัก ซึ่งแต่ละตัวทำหน้าที่ต่างกัน ดังนี้:

 * N (ไนโตรเจน): เน้น "ใบและลำต้น" ช่วยให้พืชตัวเขียว เร่งการเจริญเติบโตในช่วงแรก

 * P (ฟอสฟอรัส): เน้น "รากและดอก" ช่วยในการสร้างรากที่แข็งแรง และกระตุ้นการออกดอก

 * K (โพแทสเซียม): เน้น "ผลและหัว" ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต ความหวาน และสร้างภูมิคุ้มกันโรค

2. ปุ๋ยเคมี vs ปุ๋ยอินทรีย์

 * ปุ๋ยเคมี: ให้ธาตุอาหารที่พืชดูดซึมไปใช้ได้ทันที กำหนดปริมาณธาตุอาหารได้แม่นยำ แต่หากใช้ติดต่อกันนานๆ โดยไม่ปรับปรุงดิน อาจทำให้ดินแข็งและเสื่อมสภาพ

 * ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก): ธาตุอาหารอาจไม่เข้มข้นเท่าปุ๋ยเคมี แต่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย เพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และช่วยให้ดินกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น

3. จุลินทรีย์: "เชฟ" ประจำตัวพืช

บางครั้งดินมีธาตุอาหารอยู่แล้วแต่พืชเอาไปใช้ไม่ได้ จุลินทรีย์ (เช่น กลุ่ม PGPR) จะทำหน้าที่เหมือนพ่อครัวที่ช่วยย่อยหรือละลายธาตุอาหารเหล่านั้นให้อยู่ในรูปที่รากพืชกินได้ง่ายขึ้น การใช้ปุ๋ยชีวภาพควบคู่ไปกับปุ๋ยเคมีจึงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ดีมาก

4. เทคนิค "ใส่ปุ๋ยให้ถูกหลัก"

การใส่ปุ๋ยให้คุ้มค่าที่สุดควรยึดหลัก 4R:

 * Right Source: ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารตรงกับความต้องการของพืช

 * Right Rate: ใส่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป

 * Right Time: ใส่ในระยะที่พืชต้องการ เช่น ระยะเร่งใบ หรือระยะก่อนออกดอก

 * Right Place: ใส่ในบริเวณที่รากดูดซึมได้ดีที่สุด (มักจะเป็นบริเวณชายพุ่ม)

5. ความลับของค่า pH ในดิน

ต่อให้เราเลือกปุ๋ยราคาแพงแค่ไหน แต่ถ้า "ดินเปรี้ยวหรือเค็มเกินไป" พืชจะไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารบางชนิดได้ การตรวจเช็กสภาพดินและปรับค่า pH (ให้อยู่ในช่วง 5.5-6.5 สำหรับพืชส่วนใหญ่) จึงสำคัญไม่แพ้การเลือกสูตรปุ๋ยครับ

> เกร็ดเพิ่มเติม: สำหรับไม้ประดับหรือพืชในร่ม การใช้ปุ๋ยละลายช้า (Controlled Release Fertilizer) จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง "ปุ๋ยเค็ม" ที่อาจทำให้รากไหม้และช่วยให้พืชได้รับอาหารต่อเนื่องนาน 3-6 เดือน

 

 

          2. ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ (บ.คึมใหญ่ ต.คึมใหญ่ อ.เมืองฯ โทร 045-525-677)

 

          2.1 แมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บ และการป้องกันกำจัด แมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บ (post-harvest pests) เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ข้าวสูญเสียทั้งปริมาณและคุณภาพ เช่น น้ำหนักลด เมล็ดแตกหัก มีเชื้อรา หรือมีกลิ่นเหม็นอับ

 

         2.2 ปัญหาของการเก็บรักษาผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว   เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพของผลผลิต

 

          2.3 ลักษณะการทำลายของแมลงต่อผลผลิตทางการเกษตร สามารถแบ่งตามพฤติกรรมการทำลาย ซึ่งส่งผลต่อทั้งปริมาณและคุณภาพของข้าว

 

          2.4 แมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เป็นแมลงที่เข้าทำลายข้าวในระหว่างการเก็บรักษาในยุ้งฉางหรือโกดัง ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งปริมาณและคุณภาพ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ แมลงศัตรูพืชหลัก แมลงศัตรูพืชรอง  มีแมลงศัตรู 3 กลุ่ม ด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มด้วง กลุ่มผีเสื้อ และกลุ่มเหาหนังสือ

 

          2.5 แนะวิธีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพข้าว ลดการสูญเสีย และเพิ่มมูลค่าผลผลิต แบ่งออกเป็น 2 วิธี  ได้แก่วิธีใช้สารเคมี และวิธีไม่ใช้สารเคมี ฯลฯ ผลลัพธ์เมื่อจัดการดี  ลดความเสียหายจากแมลง รักษาคุณภาพเมล็ดข้าว  ขายได้ราคาดีขึ้น  ลดต้นทุนในระยะยาว

ตกลง