“รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดย สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ และ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ (29/5/2569)
29 พ.ค. 2569
33
0
“รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร”
“รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดย สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ และ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ (29/5/2569)

          วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.10-10.00 น. นางปารีณา สอนอาจ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายกลุ่มสารสนเทศการเกษตร ดำเนินรายการวิทยุ “รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” ร่วมกับ นายผ่าน โคตรถา หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ และ นายอพิสพงษ์ สุคำภา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ ณ สวท.อำนาจเจริญ เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารโครงการ กิจกรรมของหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

          1. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ  ที่ตั้ง : อาคารหอประชุมพญานาครินทร์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ โทรศัพท์ 045-523-144

          1.1 กฟก.ซอเชิญชวนเกษตรกรในจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ มาเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ อายุ 20 ปี บริบูรณ์ รวมกันเป็นกลุ่ม 50 คน สมัครเป็นสมาชิกได้ที่ สนง.กองทุนฟื้นฟูฯ ประโยชน์ของผู้ที่มาขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟูฯ คือ "การฟื้นฟูอาชีพ" สามารถยื่นเสนอแผนในการประกอบอาชีพ เพื่อรับการสนับสนุนเงิน ไม่มีดอกเบี้ย ขอแบบฟอร์มได้ที่ สนง.กองทุนฟื้นฟูฯ สำหรับ "การจัดการหนี้ " ยื่นขอขึ้นทะเบียนหนี้ ซึ่งเป็นหนี้เสียที่ไม่สามารถชำระไหว ผิดนัดชำระ 1 ปีขึ้นไป ไม่มีดอกเบี้ย ติดต่อ สนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.อำนาจเจริญ ที่ตั้ง : อาคารหอประชุมพญานาครินทร์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดโทรศัพท์ 045-523-144

         1.2 กฟก. แจ้งความก้าวหน้าการปรับโครงสร้างหนี้ ตามมติ ครม. กรณี 4 ธนาคารรัฐ เป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ที่มีหนี้เสียกับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) โดยรัฐบาลให้ รับผิดชอบหนี้เพียงครึ่งเดียว โดยมีแนวทางดังนี้ พักชำระ “เงินต้น 50%” และ “ดอกเบี้ยทั้งหมด” ไว้ก่อน
เกษตรกรผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นอีก 50% ผ่อนได้ไม่เกิน 15 ปี เมื่อชำระครบตามสัญญา : เงินต้นอีก 50% ที่พักไว้ ดอกเบี้ยทั้งหมด
จะได้รับการยกหนี้ให้ รัฐบาลจะชดเชยให้ธนาคารภายหลัง

          1.3 ความก้าวหน้าโครงการฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกร ปีงบ 2569 เป็นโครงการของ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือ กฟก. เพื่อช่วยสมาชิกที่ประสบปัญหาหนี้สิน ขาดรายได้ หรือได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพ มีรายได้ยั่งยืน เกิดความเข้มแข็งของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดอำนาจเจริญ

          2. สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ตั้ง : อาคารศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ชั้น 4 โทรศัพท์ 045-523-017

          2.1.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ยื่นร่าง พ.ร.บ.ข้าวและชาวนาไทย พ.ศ.  ต่อประธานคณะ กมธ.การเกษตรและสหกรณ์
          (22 พ.ค.69) ร้อยเอกอุบล พุทธรักษ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 พร้อมด้วยประธานสภาเกษตรกรจังหวัด และสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้ายื่นร่าง พ.ร.บ.ข้าวและชาวนาไทย พ.ศ.  ต่อนายนพพล เหลืองทองนารา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาศึกษาและดำเนินการตามกระบวนการนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อความยั่งยืนของข้าวและเกษตรกรไทย ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา
          ด้วยสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในฐานะองค์กรผู้แทนเกษตรกรตาม พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 มีภารกิจในการเสนอแนะแนวนโยบาย มาตรการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและคุ้มครองอาชีพเกษตรกรรม เห็นว่าปัจจุบันปัญหาด้านการผลิต การตลาด ต้นทุนการผลิต และความมั่นคงในอาชีพของชาวนาไทย ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ข้าวและชาวนาไทย พ.ศ.  เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย รวมทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการข้าวอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

          2.2 สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดบ้าน จัดประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4 2569 พร้อมจัดพิธีทำบุญขึ้นสำนักงานใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล
         วันที่ 22–23 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
         นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 4 2569 โดยมี ร้อยเอกอุบล พุทธรักษ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 1 ดร.วันสาด ศรีสุวรรณ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 2 พร้อมสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นแบบ On Site ณ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติแห่งใหม่ เป็นครั้งแรก ภายใต้การพิจารณาประเด็นสำคัญด้านการคุ้มครองสิทธิและการพัฒนาอาชีพเกษตรกร ทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่
          ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงการติดตามผลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีในประเด็นสำคัญ ได้แก่
          1) การจัดการทรัพยากรน้ำระดับชุมชนแบบมีส่วนร่วม และการสร้างกลไกเข้าถึงงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน
          2) แนวทางแก้ไขผลกระทบจากโครงการโคบาลบูรพา นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาร่างข้อเสนอเชิงนโยบายจากสภาเกษตรกรจังหวัดและกลุ่มจังหวัด อาทิ การยกระดับศักยภาพและพัฒนา คุณภาพการผลิตกาแฟโรบัสต้า การรักษาเสถียรภาพราคากล้วยหอมทองผ่านการบริหารจัดการตลาดและเชื่อมโยงผลผลิต การรักษาเสถียรภาพราคามังคุดด้วยการพัฒนาคุณภาพผลผลิตของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

          สำหรับวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ได้มีพิธีทำบุญสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติแห่งใหม่ โดยพระธรรมวชิรเมธี (เจ้าคุณมีชัย) เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและผู้ปฏิบัติงาน  ภายในพิธีมีการเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรม พร้อมเจิมป้ายสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก่อนเริ่มการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ วันที่ 2 ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายและเป็นสิริมงคล

          2.3 ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิเกษตรกร สภาเกษตรกรแห่งชาติ รายงานรับเรื่องร้องเรียนทั้งประเทศ 2,735 เรื่อง ปัญหาบริหารจัดการน้ำ อันดับ 1 ร้องเรียนมากที่สุด
          ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ รายงานผลการดำเนินงานในการประชุม “สภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่4 2569” ที่ผ่านมา
สำหรับ ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร คือหน่วยงานสำคัญของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการรับเรื่องร้องเรียน รับข้อเสนอปัญหา ความเดือดร้อน และความต้องการของเกษตรกร
          รวมทั้งยังทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ประเด็นปัญหา และนำข้อมูลที่ได้ ไปใช้ประกอบการให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือเกษตรกรในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเด็นด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ และมาตรการของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ซึ่งในการดำเนินงานต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีบทบาทในการสะท้อนปัญหา ความเดือดร้อน และความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสภาเกษตรกรจังหวัด สู่การพิจารณากำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมต่อไป
          สำหรับผลการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกรทั้ง 77 จังหวัด (ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2569) จำนวน 1,348 เขต มีเรื่องที่เกษตรกรร้องเรียนเข้ามาจำนวน 2,735 เรื่อง โดยแยกเป็นรายภาค ซึ่งภาคกลาง มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุด จำนวน 886 เรื่อง ปัญหาหลัก ๆ มาจากเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพราะ น้ำ คือหัวใจของการเกษตร เกษตรกรจำนวนมากต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงในการเพาะปลูก การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน จึงเป็นภารกิจสำคัญ ที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรต้องร่วมมือกันในการขับเคลื่อน
          รองลงมาอันดับ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเรื่องที่ร้องเรียนจำนวน 692 เรื่อง, ภาคใต้ มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 659 เรื่อง ส่วนภาคเหนือร้องเรียนน้อยที่สุด จำนวน 498 เรื่อง
          จากผลการดำเนินงานพบว่า 5 ปัญหาสำคัญทางการเกษตรที่ได้รับการร้องเรียน อันดับ 1 คือ เรื่องการบริหารจัดการน้ำ มีสัดส่วนสูงที่สุดถึงร้อยละ 22.94 รองลงมาคือ เรื่ององค์ความรู้ การฝึกอบรม เทคโนโลยีและนวัตกรรม ร้อยละ 12.66 ตามมาด้วย ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ร้อยละ 9.99 ปัญหาด้านอื่น ๆ ร้อยละ 9.28 ส่วนปัญหาสิทธิ์ที่ดินทำกิน อยู่ที่ร้อยละ 7.46 นอกจากนี้เกษตรกรยังร้องร้องเรียนปัญหาโรคระบาดและศัตรูพืช ต้นทุนการผลิตสูง การพัฒนามาตรฐานและการตรวจสอบ โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ถนน ลานตากข้าว และยังมีปัญหาอย่างเรื่องตลาดและการกระจายสินค้า หนี้สินและแหล่งเงินทุน ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้า และผลกระทบจากสัตว์ป่าคุ้มครอง

ตกลง