วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 09.10 – 10.00 น. นางปารีณา สอนอาจ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายกลุ่มสารสนเทศการเกษตร สำนักงานฯ ดำเนินรายการวิทยุ “รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” ร่วมกับ นายกัณฑ์อเนก บันลือ เจ้าหน้าที่ประมง กลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ และ นายวุฒิพงศ์ ชูอาษา นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ ณ สวท.อำนาจเจริญ เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสาร โครงการ/กิจกรรม ดังต่อไปนี้
1. สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ตั้ง : 143 หมู่ที่ 5 บ.นาหว้า ต.โนนโพธิ์ อ.เมืองอำนาจเจริญ โทรศัพท์ 045-452-027 นำโดย นางทิพย์สุดา ต่างประโคน ประมงจังหวัดอำนาจเจริญ
1.1 แจ้งผลการดำเนินงานโครงการ ของสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ดำเนินการร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ ในปีงบ 2569
1.1.1 โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ แบบมีส่วนร่วม (โครงการธนาคารสินค้าเกษตร กิจกรรมธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม เดิม) จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินโครงการธนาคารสินค้าเกษตร กิจกรรมธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 โดยจังหวัดอำนาจเจริญมีแหล่งน้ำเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 7 แหล่งน้ำ ซึ่งกรมประมงได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน เพื่อเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำเพื่อความ มั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน จึงได้ดำเนินงาน “โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำ” ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การขับเคลื่อนตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เพื่อ 1) ให้ราษฎรในชุมชนเป้าหมายมีผลผลิตสัตว์น้ำเพียงพอต่อการบริโภค สามารถลดรายจ่ายและสร้างรายได้ใน ครัวเรือน 2) ให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการแหล่งน้ำในชุมชนให้เป็นธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำของชุมชน และ 3) พัฒนาศักยภาพของชุมชนด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำชุมชนแบบมีส่วนร่วม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาด้านการ ประมงชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน
และปีงบประมาณ 2569 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม โดยจังหวัดอำนาจเจริญได้คัดเลือกแหล่งน้ำชลประทานดอนหวาย บ้านเหล่ามันแกว ตำบลโคกกลาง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
1.1.2 โครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญได้คัดเลือกแหล่งน้ำปิด ขนาด 10 – 60 ไร่ จำนวน 12 แห่ง
1.1.3 โครงการส่งเสริมอาชีพประมง กิจกรรมส่งเสริมและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่ลุ่มน้ำพรมแดน
กลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญร่วมออกติดตามโครงการส่งเสริมอาชีพประมง กิจกรรมส่งเสริมและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่ลุ่มน้ำพรมแดน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1.2 “ฤดูน้ำแดง” ห้ามจับสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ
กรมประมง ประกาศใช้มาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงฤดูวางไข่ หรือที่เรียกว่า “ฤดูน้ำแดง 2569″ เพื่อให้สัตว์น้ำจืดมีโอกาสขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ และกรมประมง ได้ประกาศ เป็น 3 ระยะ โดยจังหวัดอำนาจเจริญได้ประกาศห้ามจับสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในบริเวณแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร ห้วย หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน พรุ และลำน้ำทุกสาขา รวมทั้งป่าไม้และพื้นที่ดินที่ถูกน้ำท่วม ตามธรรมชาติ ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ มุกดาหาร ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษสุรินทร์ บุรีรัมย์ หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
โดยมีเครื่องมือ วิธีการทำการประมงและเงื่อนไขในการทำประมงที่อนุญาตให้สามารถทำการประมงได้ ดังนี้
1. เบ็ดทุกชนิด ยกเว้น เบ็ดราว เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชาก หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดา (ไม่เรียงหน้าไล่ต้อนสัตว์น้ำ) ตั้งแต่ 3 เครื่องมือขึ้นไป
3. สุ่ม ฉมวก และส้อม
4. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน
5. แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร)
ทั้งนี้ การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย ทดลองทางวิชาการ หรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการของทางราชการ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่อธิบดีกรมประมงมอบหมาย หรือเพื่อเป็นการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำโดยเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมงหรือภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมง
หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่า ของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการ ทำประมง
เครื่องมือประมงต้องห้ามเด็ดขาดในทุกแหล่งน้ำ
เครื่องมือน็อคปลา (กระแสไฟฟ้า): การใช้กระแสไฟฟ้าช็อตสัตว์น้ำ ทำลายสัตว์น้ำทุกขนาดในบริเวณกว้าง มีโทษปรับตั้งแต่ 200,000 - 1,000,000 บาท หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ
วัตถุระเบิด: การใช้ระเบิดปลาทำให้ระบบนิเวศทางน้ำถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ปรับ 200,000 - 1,000,000 บาท หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ
สารพิษ : การเทสารเคมีหรือยาเบื่อเมาลงในแหล่งน้ำเพื่อจับสัตว์น้ำ ปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
โพงพาง หรือเครื่องมือคล้ายคลึงกัน: เครื่องมือดักจับสัตว์น้ำแบบประจำที่ขวางทางน้ำ ทำลายลูกปลาวัยอ่อนอย่างรุนแรง มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 - 500,000 บาท หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ
ลอบพับได้ หรือ "ไอ้โง่": เครื่องมือดักสัตว์น้ำที่มีช่องตาอวนขนาดเล็กมาก ห้ามใช้ในแหล่งน้ำสาธารณะทุกแห่ง ปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง วาง หรือสร้างเขื่อน ฝาย ทำนบ รั้ว สิ่งปลูกสร้างเครื่องมือที่เป็นตาข่าย หรือเครื่องมือทำการประมงอื่นใด หรือกระทำการใดในที่จับสัตว์น้ำอันเป็นการกั้นทางเดินของสัตว์น้ำหรือเป็นอุปสรรคในการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ
บทกำหนดโทษ มาตรา 143 ปรับตั้งแต่ 10,000-1,000,000 บาท และต้องรื้อถอนหรือฟื้นฟูที่จับสัตวน้ำให้กลับคืนสู่สภาพตามธรรมชาติหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนหรือฟื้นฟูที่จับสัตว์น้ำให้กลับคืนสู่สภาพตามธรรมชาติให้แก่รัฐตามจำนวนที่รัฐได้ใช้จ่ายไป
1.3 เชิญชวนเกษตรกรเข้ารับบริการ โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ครั้งที่ 4 วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ โรงเรียนหัวดงหนองคลอง หมู่ที่ 4 ตำบลเค็งใหญ่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บริการเชิงรุก 13 คลินิกเกษตรที่มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้เกษตรกรได้รับบริการที่รวดเร็วและทั่วถึง โดยมีกิจกรรมหลักประกอบด้วย การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่รวม 13 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช, ข้าว, ยางพารา, ดิน, ปศุสัตว์, หม่อนไหม, ประมง, ชลประทาน, สหกรณ์, บัญชี, กฎหมาย สปก. และคลินิกอื่นๆ ส่วนบริการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มี บริการวิเคราะห์ดิน วินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ และโรคสัตว์น้ำ ด้านการส่งเสริมรายได้ มีตลาดเกษตรออนทัวร์ และการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย
*** อย่าลืม ! นำบัตรประจำตัวประชาชน มาลงทะเบียนในงาน บริการ ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย
2. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ ที่ตั้ง : 166 หมู่ 2 บ.หนองเรือ ต.นาหมอม้า อ.เมืองอำนาจเจริญ โทรศัพท์ 045-525-662 นำโดย นางสาวปวีณา ผิวขำ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ
2.1 ศพจ. แจ้งราคาพันธุ์สัตว์น้ำจืดพร้อมจำหน่ายประจำสัปดาห์
- ปลานิล ขนาด 3-5 ซ.ม. ราคาตัวละ 35 สตางค์
- ปลาตะเพียน ขนาด 3-5 ซ.ม. ราคาตัวละ 20 สตางค์
- สร้อยขาว ขนาด 3-5 ซ.ม. ราคาตัวละ 25 สตางค์
สอบถายรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ บ้านหนองเรือ ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ โทรศัพท์045-525-662
2.2 แนะวิธีการเลี้ยงสัตว์น้ำต้นฤดูฝน (ช่วงต้นฝน)
ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งค่า pH ลดลง อุณหภูมิแกว่ง และออกซิเจนต่ำ โดยควร ลดอาหารเมื่อฝนตก, เพิ่มออกซิเจน, ดูแลความสะอาดบ่อ และ ป้องกันศัตรูพืช เพื่อลดความเครียดและป้องกันโรคสัตว์น้ำ
ข้อควรปฏิบัติและวิธีจัดการในการเลี้ยงสัตว์น้ำต้นฤดูฝน
จัดการอาหาร : งดหรือลดปริมาณอาหารลงในช่วงที่ฝนตกหนักหรืออากาศปิด เนื่องจากปลาจะกินอาหารน้อยลงและออกซิเจนไม่เพียงพอ หากให้อาหารมากจะทำให้น้ำเสีย
เพิ่มออกซิเจน : ฝนตกหนักทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ควรเปิดเครื่องตีน้ำ หรือปั๊มออกซิเจนเพื่อลดการแบ่งชั้นของน้ำ (น้ำฝนจืดอยู่ผิวน้ำ น้ำเก่าอยู่ก้นบ่อ)
ควบคุมคุณภาพน้ำ : หากฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรใช้ปูนขาวเพื่อช่วยปรับสภาพน้ำ ลดความเป็นกรดที่มากับน้ำฝน
ตรวจสอบและซ่อมแซม : ตรวจสอบคันบ่อ คลุมตาข่ายป้องกันปลาหนี และทำความสะอาดบ่อก่อนฝนตกหนักรอบใหม่
การจัดการโรค : สัตว์น้ำจะเครียดง่ายในช่วงนี้ ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ลอยหัว หรือไม่กินอาหาร หากพบให้ลดการหนาแน่นและดูแลเรื่องโรคอย่างใกล้ชิด
ข้อควรระวังพิเศษ น้ำฝนช่วงต้นฤดูมักพาฝุ่นละอองและสารปนเปื้อนลงบ่อ ทำให้น้ำมีความเป็นกรดและปลาช็อกน้ำ ความเครียดจากอุณหภูมิที่ลดลงฉับพลันเป็นสาเหตุให้ปลาป่วยและติดเชื้อได้ง่าย