วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 นางปารีณา สอนอาจ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมาย ให้ นางสาวปิยะพร สุริโยตระกูล หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร ดำเนินรายการวิทยุ “รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร” ร่วมกับนางอัมพร พันธุ์ดี เจ้าหน้าที่ธุรการ โครงการชลประทานอำนาจเจริญ ณ สวท.อำนาจเจริญ คลื่น FM ความถี่ 103.25 MHz นำเสนอเรื่องราวข่าวสาร สาระดีๆ มาบอกกล่าว ดังนี้
1. แจ้งสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ 4 อ่าง 1 เขื่อน ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 มีปริมาณน้ำรวม 54.012 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 103.78 ของความจุ (อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน 19.981 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 103.39 , อ่างห้วยโพธิ์ 7.579 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 101.89, อ่างเก็บน้ำร่องซับ 0.426 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 100 , อ่างห้วยสีโท 10.3 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 97.16 ,เขื่อนลำเซบาย 10.36 ล้านลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 94.18 ) และขอให้เกษตรกร กักเก็บน้ำไว้ใช้ในการ ปลูกพืชฤดูแล้ง ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือประชาชนที่อยูรอบ 4 อ่าง 1 เขื่อนช่วยดูแลตรวจสอบ การทิ้งน้ำเสียลงน้ำ รวมทั้งสารเคมีทั้งจาการทำการการเกษตรและทั่วไป ถ้าพบเห็นขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะน้ำใน 4 อ่าง 1 เขื่อน เป็นทั้งน้ำเพื่อการเกษตร และเป็นประปา เพื่อการอุปโภค บริโภคในจังหวัดด้วย
2. การขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างฝาย อ่างเก็บน้ำ อาคารระบายน้ำ หรือสถานีสูบน้ำ เกษตรกรไม่สามารถยื่นตรงถึงชลประทานได้ทันที แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน ** ขั้นตอนแรก ชาวบ้านต้องร่วมกันประชุมหารือในหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดมติร่วมกันว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการจริง และต้องจัดทำบันทึกการประชุมพร้อมรายชื่อผู้เห็นชอบ **ขั้นตอนที่สอง เสนอเรื่องผ่านผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน เพื่อรับรองความต้องการของชุมชน ** ขั้นตอนที่สาม นำเรื่องเสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล เพื่อพิจารณาบรรจุเข้าแผนพัฒนาท้องถิ่น *** เมื่อโครงการได้รับการบรรจุในแผนแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำหนังสือขอรับการสนับสนุนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการชลประทานจังหวัด ภายใต้การกำกับดูแลของ กรมชลประทาน *** หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจความเหมาะสม ทั้งด้านวิศวกรรม พื้นที่ก่อสร้าง ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า ก่อนเสนอขอรับงบประมาณตามลำดับความจำเป็นต่อไปดังนั้น การมีเอกสารครบถ้วน และความเห็นชอบร่วมกันของคนในพื้นที่ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้โครงการมีโอกาสได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามระเบียบราชการ”