กระถางแก้มลิง นวัตกรรมที่ตอบโจทย์พืชยุคปัจจุบันหนึ่งในผลงานวิจัยด้านงานเกษตรที่ถูกนำมาจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2557 ผลงานของวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ที่ใช้แนวคิดหลักการน้ำใต้ดินมาใช้ในการปลูกพืชในพื้นที่จำกัด ที่ประหยัดทั้งน้ำ พื้นที่ปลูก และเวลาในการดูแล ซึ่งลดต้นทุนการผลิตด้านการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมกับสังคม และวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันอย่างลงตัว
อ.นภพล รัตนสุนทร มหาวิทยาลัยเทคนิคนครนายกผู้คิดค้นกระถางแก้มลิง กล่าวว่า กระถางแก้มลิงมีที่จากการบริหารจัดการการปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ในกระถางที่จะต้องรดน้ำทุกวันทำให้ในกรณีที่ฝนไม่ตกหรือไม่มีเวลารดน้ำต้นไม้ กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ปลูกไม้กระถาง เมื่อปัจจัยสำคัญในการปลูกพืชอย่างน้ำ และพื้นที่การทำเกษตรกลายเป็นข้อจำกัดของคนเมือง คือ ประหยัดทั้งน้ำ ประหยัดพื้นที่ปลูก และเวลาในการบริหารจัดการ จึงกลายเป็นความต้องการที่สำคัญและจำเป็นที่มาของ “กระถางแก้มลิง” ภายใต้แนวคิดน้ำใต้ดินมาใช้ช่วยประหยัดการใช้น้ำพืช
โดยการทำงานของกระถางแก้มลิงคือ เติมน้ำ 1 ครั้ง อยู่ได้อย่างน้อย 7 วัน โดยไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ ซึ่งภายในกระถางแก้มลิงจะมีช่องสำหรับเก็บกักน้ำไว้ให้ต้นไม้ด้านล่างของกระถาง และถ้าฝนตกหนักน้ำจะล้นออกตรงรูระบายน้ำกลางกระถางทำให้น้ำไม่ท่วมต้นไม้ นอกจากจุดเด่นในเรื่องการประหยัดน้ำแล้ว กระถางแก้มลิงยังช่วยประหยัดเวลาในการบริหารจัดกาต้นไม้ให้น้อยลงด้วย รวมไปถึงช่วยประหยัดพื้นที่ปลูกให้สามารถปลูกต้นไม้ในรูปของกระถางมากขึ้นในพื้นที่จำกัด ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกสามารถปลูกได้ตั้งแต่ไม้กินผลขนาดเล็ก ไปจนไม้ผลขนาดใหญ่
สำหรับวิธีการทำกระถางแก้มลิงนั้นไม่ยุ่งยากใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ประกอบด้วย ถังพลาสติกขนาด 10 นิ้ว ท่อพีวีซีขนาดความยาวสูงกว่าถังพลาสติก 1 ท่อ หินแกรนนิต แผ่นกระเบื้อง ดินสำหรับปลูกพืช วิธีการทำ นำถังพลาสติกมาเจาะรูระบายน้ำ สูงขึ้นมาจากก้นถังประมาณครึ่งถัง นำกระถางที่เตรียมไว้มาเจาะรูด้านข้าง 2 ด้าน ด้านละ 2-3 รู แต่ละรูมีขนาดเท่ากัน ความกว้างรูไม่เกิน 1 เซนติเมตร จากนั้นก็นำกระถางที่เจาะรูแล้วคว่ำลงไปในถังพลาสติก แล้วนำท่อพีวีซีเสียบลงบนก้นกระถางที่ตั้งอยู่ในถังพลาสติกเป็นแนวเอียงให้ปลายท่อสูงเหนือถังพลาสติกขึ้นมา
จากนั้นก็นำแผ่นกระเบื้องใส่ลงไปปิดบริเวณก้นกระถางที่ตั้งขึ้น และใส่หินลงไปให้ปิดกระถางให้แน่นพอที่ดินจะไม่ร่วงลงไปด้านล่างได้ (หินที่ใส่จะต้องมีความสูงกว่ารูถังพลาสติกที่เจาะอยู่ด้านนอกนิดหน่อย) จากนั้นก็ใส่ดินลงไปพอประมาร และใส่กล้าไม้ลงไป และใส่ดินกลบให้มิดถึงปากถังพอดี สุดท้ายก็ใส่น้ำลงไปในท่อพีวีซีให้เต็ม และรดน้ำต้นไม้ที่ปลูกใหม่ให้ชุ่ม ในช่วงแรกที่รากพืชยังเดินไม่เต็มที่อาจรดน้ำ 2-3 วัน ครั้ง จนต้นไม้มีอายุได้ 1 เดือน รากพืชเดินเต็มที่และลงไปท่อน้ำด้านล่างได้แล้ว ในช่วงนั้นก็ให้น้ำ 7 วัน/ครั้ง หรือถ้าดูแล้วน้ำขาดออกซิเจน สังเกตได้จากพืชเหี่ยวเฉาหรือไม่มีสีเขียวสดชื่น ก็ให้ใช้วิธีให้ออกซิเจนน้ำด้วยการใช้ปั๊มน้ำตู้ปลา หรือใช้สายยางดูดน้ำออกเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่บ้าง
อ.นภพล กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการทำกระถางแก้มลิงดังกล่าวนี้ สามารถประยุกต์ใช้วัสดุที่หลากหลายไม่จำเป็นต้องเป็นวัสดุที่กล่าวมา ส่วนพืชที่เหมาะสมที่จะปลูกในกระถางแก้มลิงควรเป็นพืชที่ยืนไม้ ไม้ผล หรือไม้ประดับที่มีรากหยั่งลึก อาทิ มะนาว ส้มโอ มะม่วง เป็นต้น ซึ่งในรายที่มีพื้นที่ไม่มากนักกระถางแก้มลิงน่าจะตอบโจทย์การปลูกพืช หรือการจัดการบริหารพื้นที่เพาะปลูกได้ รวมไปถึงในรายที่มีพื้นที่มากๆ การปลูกพืชในการถางแก้มลิงก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยในเรื่องการบริหารการจัดการโรคพืช และการให้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้การปลูกพืชในรูปแบบอื่นๆ
อย่างไรก็ดีนวัตกรรม “กระถางแก้มลิง” ไม่เพียงเป็นงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในสังคมปัจจุบัน แต่ยังเป็นอีกทางเลือกของการปลูกพืชให้กับเกษตรกรได้อย่างลงตัวจริงๆ สำหรับผู้อ่านท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “กระถางแก้มลิง” สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ อ.นภพล รัตนสุนทร วิทยาลัยเทคนิคนครนายก เบอร์โทรศัพท์ 08-6099-7755 ในวันและเวลาราชการ ที่มาเฟสบุ๊ค