การพักนา ปลูกพืชหมุนเวียน มีรายได้ทั้งปี เริ่มแล้วที่ วิเศษชัยชาญ
เกษตรกรบ่นกันเยอะมาก ทำนาขายข้าวไม่ได้ราคา แล้งจัดจะทำยังงัย ไม่ให้ทำนาแล้วจะให้ทำอะไร สำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง จะพามาดูตัวอย่สงและความสำเร็จ ของชาวนา ที่ไม่ยอมแพ้กับโชคชะต าตัวเอง ด้วยการสลับจากทำนามาปลูกพืชหมุนเวียน โดยน.ส.เบญจภรณ์ แก้ววิเศษ เกษตรกร ม. 2 ต.หลักแก้ว อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
‘เบญจภรณ์’ บอกว่า ปรับพื้นที่นาจำนวน 7 ไร่ มาปลูก “กระเจี๊ยบเขียว” เป็นพืชหมุนเวียน เริ่มปลูกในช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียง 45 วัน ก็สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต และเก็บต่อเนื่องได้จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569
จากนั้น จะกลับไปปลูกข้าวนาปีตามปกติ‘เบญจภรณ์’ บริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งปลูกครั้งละ 3 ไร่ และ 4 ไร่ สลับช่วงเวลา ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดต่อเนื่อง
ในพื้นที่ 4 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้เฉลี่ยวันละ 30–40 กิโลกรัม มีพ่อค้ามารับซื้อถึงแปลง เพื่อนำไปจำหน่ายที่ ตลาดไท ในราคาประมาณ 16 บาทต่อกิโลกรัม (คัดคุณภาพแล้ว) สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 300–400 บาท และในช่วงที่ให้ผลผลิตสูงสุดอาจได้ถึง 100 กิโลกรัมต่อวัน หลังจากสิ้นสุดการปลูกกระเจี๊ยบ เค้าทำการไถกลบตอซังลงดิน โดยเปลี่ยนปุ๋ยพืชสด เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ลดการเผา ส่งผลให้การปลูกข้าวในฤดูกาลถัดไปให้ผลผลิตดีขึ้นด้วย
ข้อดีของการปลูกพืชหมุนเวียน
• เพิ่มรายได้ระหว่างรอฤดูทำนา
• ลดความเสี่ยงจากราคาข้าวผันผวน
• ปรับปรุงบำรุงดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
• ใช้แรงงานและพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดปี
สำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง จึงอยากเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง ลองเปิดใจปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหมุนเวียน สลับการปลูกข้าว ด้วยการศึกษาและนำแนวทางการปลูกพืชหมุนเวียนไปปรับใช้ สร้างอาชีพในช่วงหน้าแล้ง และยังลดการเผาได้ด้วย
เรื่อง/ภาพ : น.ส.โชตนา ลิ่มสอน หน.กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง