จากผืนนาสู่แปลงดาวเรือง “ปลูกง่าย รายได้ดี” สร้างอาชีพเสริม สร้างรายได้หลักให้ครอบครัวเกษตรกรอ่างทอง
เกษตรกรตำบลรำมะสัก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนจากการทำนา หันมาปลูกดาวเรืองตัดดอกจำหน่าย สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปี ตอบโจทย์ตลาดเทศกาล รายได้ดีกว่าการทำนา และมีพ่อค้ารับซื้อถึงหน้าบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลรำมะสัก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
นายวิสุทธิ์ ทิมปา เกษตรกรผู้มองเห็นโอกาสจากการทำเกษตร ได้ปรับแนวทางการประกอบอาชีพจากการทำนาเพียงอย่างเดียว มาสู่การ ปลูกดาวเรืองตัดดอกจำหน่าย บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยใช้รูปแบบการปลูกแบบหมุนเวียนสลับกับการทำนา ซึ่งเป็นแนวทางที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้เป็นอย่างดี นายวิสุทธิ์ เล่าว่า การปลูกดาวเรืองตัดดอกเป็นอาชีพที่เหมาะกับพื้นที่และสามารถบริหารจัดการให้สอดคล้องกับรอบการทำนาได้ เมื่อถึงช่วงที่เหมาะสมจะปรับพื้นที่มาปลูกดาวเรือง และเมื่อสิ้นสุดรอบการผลิตก็สามารถกลับไปทำนาได้ ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า และมีรายได้จากภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของดาวเรืองตัดดอกคือ เป็นไม้ดอกที่มีความต้องการของตลาดสูง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลลอยกระทง สารทจีน และตรุษจีน ซึ่งความต้องการใช้ดอกดาวเรืองจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ดี โดยดอกดาวเรืองมีหลายขนาด ตั้งแต่ไซส์จัมโบ้ A ไซส์จัมโบ้ ใหญ่ กลาง ไปจนถึงดอกขนาดเล็ก ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพของดอก โดยมีราคาประมาณ ดอกละ 30 สตางค์ ถึง 1 บาท
โดยผลตอบแทน การปลูกดาวเรือง 1 รอบ สามารถสร้างกำไรจากการขายส่งได้ประมาณ 50,000 บาทต่อรอบ ซึ่งถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียว จึงเลือกใช้แนวทางการทำเกษตรแบบ “ปลูกดาวเรืองสลับทำนา” มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี
ปัจจุบันผลผลิตดาวเรืองของครอบครัวมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน โดยมีพ่อค้าจากจังหวัดสุพรรณบุรีเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงบ้าน ก่อนนำไปจำหน่ายต่อยัง ปากคลองตลาดและตลาดสี่มุมเมือง เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการทำพวงมาลัย การจัดช่อดอกไม้ รวมถึงนำไปกำเป็นดอกไม้สำหรับบูชาพระ ทำให้เกษตรกรมีตลาดที่แน่นอน ลดภาระด้านการขนส่ง สำหรับการเก็บเกี่ยวดาวเรือง เกษตรกรสามารถเก็บดอกได้อย่างต่อเนื่อง โดย เก็บผลผลิตประมาณ 2 วันต่อ 1 ครั้ง แต่ละครั้งสามารถเก็บได้ประมาณ 50,000 ดอก ซึ่งสร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการขายส่งแล้ว ยังมีการคัดดอกดาวเรืองเพื่อจำหน่ายให้กับร้านขายพวงมาลัยโดยตรงอีกประมาณ 3,000 ดอกต่อวัน สร้างรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อวัน อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวยังนำดอกดาวเรืองส่วนหนึ่งมาเพิ่มมูลค่าด้วยการกำเป็นดอกไม้สำหรับจำหน่ายตามตลาดนัด โดยสามารถทำได้ประมาณ 30–40 กำต่อวัน และนำมาร้อยเป็นมาลัยได้ประมาณ 50–60 พวงต่อวัน ถือเป็นการต่อยอดผลผลิตจากแปลงให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในครอบครัวอีกทางหนึ่ง
ด้านการดูแลรักษา มีการใส่ปุ๋ยเพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มการแตกแขนงของต้น และเร่งการออกดอก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมีดอกออกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในการผลิตอาจพบศัตรูพืชที่สำคัญ เช่น หนอนและเพลี้ยไฟ จึงต้องหมั่นสำรวจแปลงและดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมความเสียหายและรักษาคุณภาพของดอกดาวเรืองให้ตรงตามความต้องการของตลาด
ขณะเดียวกัน นางสาวสุภาวดี ทิมปา หลานสาวของนายวิสุทธิ์ ได้เข้ามาช่วยครอบครัวในการปลูกและเก็บเกี่ยวดาวเรืองตัดดอก โดยมองเห็นว่าอาชีพเกษตรสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการปลูกดาวเรืองที่มีตลาดรองรับ และเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานโรงงานหรือการทำนาแล้ว การปลูกดาวเรืองสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยสานต่ออาชีพของครอบครัว และถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำเกษตรของครอบครัวให้เกิดความต่อเนื่อง
เรื่องราวของนายวิสุทธิ์และนางสาวสุภาวดี สะท้อนให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนจากการทำนาเพียงอย่างเดียว มาสู่การทำเกษตรที่หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ โดยเฉพาะการเลือกพืชที่มีตลาดรองรับและสามารถหมุนเวียนร่วมกับการทำนาได้
การปลูกดาวเรืองตัดดอกจึงไม่เพียงเป็นการ “เปลี่ยนพืช” แต่เป็นการ เปลี่ยนแนวคิดจากการผลิตตามความเคยชิน สู่การผลิตตามโอกาสทางการตลาด ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการเชื่อมโยงตลาดตั้งแต่แปลงผลิตถึงผู้รับซื้อ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตด้วยแรงงานของคนในครอบครัว
“ปลูกดาวเรืองสลับทำนา ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า สร้างรายได้หลายทาง มีตลาดรองรับ และทำให้การเกษตรเป็นอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวได้อย่างมั่นคง” คือแนวทางที่ครอบครัวทิมจำปาได้พิสูจน์ให้เห็นจากประสบการณ์จริง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี