จังหวัดอ่างทอง ร่วมมือกับ สมาคมอารักขาพืชไทย และภาคีเครือข่าย รวม 8 หน่วยงาน เผยความสำเร็จ "โครงการขยายผลองค์ความรู้การพัฒนา Service Provider โดรนเกษตร" พลิกโฉมการทำนาข้าว พาเกษตรกรไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
20 ก.ค. 2569
536
0
จังหวัดอ่างทองร่วมมือกับสมาคมอารักขาพืชไทย
จังหวัดอ่างทอง ร่วมมือกับ สมาคมอารักขาพืชไทย และภาคีเครือข่าย รวม 8 หน่วยงาน เผยความสำเร็จ "โครงการขยายผลองค์ความรู้การพัฒนา Service Provider โดรนเกษตร" พลิกโฉมการทำนาข้าว พาเกษตรกรไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

จังหวัดอ่างทอง ร่วมมือกับ สมาคมอารักขาพืชไทย และภาคีเครือข่าย รวม 8 หน่วยงาน เผยความสำเร็จ "โครงการขยายผลองค์ความรู้การพัฒนา Service Provider โดรนเกษตร" พลิกโฉมการทำนาข้าว พาเกษตรกรไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

********************

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยนางสาวสิริลักษม์ ยอดปราง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นต่อรายงานสรุปผลโครงการวิจัยโครงการขยายผลองค์ความรู้การพัฒนา Service Provider โดรนเกษตร บริเวณพื้นที่ปลูกข้าวในจังหวัดอ่างทอง ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ณ ห้องประชุมพระพิรุณ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง (หลังใหม่)

โครงการ “ขยายผลองค์ความรู้การพัฒนา Service Provider โดรนเกษตร บริเวณพื้นที่ปลูกข้าว ในจังหวัดอ่างทอง” เป็นโครงการที่สมาคมอารักขาพืชแห่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ 2568 ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี (15 พฤษภาคม 2568 – 14 พฤษภาคม 2569) ในพื้นที่ 3,000 ไร่ ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ โดยมีวัตถุประสงค์

§  เพื่อพัฒนาผู้ให้บริการโดรนเกษตร (Service Provider)

§  เพื่อประยุกต์ใช้รูปแบบนวัตกรรมโดรนและการใช้สารเคมีที่เหมาะสมในพื้นที่ปลูกข้าว

§  เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กลุ่มเป้าหมาย (Young Smart Farmers และนักศึกษาวิทยาลัย เทคนิคอ่างทอง ในเขตจังหวัดอ่างทอง)

 

โดยโครงการนี้ มีที่มาจากสภาพปัญหาที่พบในจังหวัดอ่างทอง

1) เกษตรกรสูงวัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้แรงงานภาคการเกษตรลดลง

2) การใช้แรงงานฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชใช้เวลานานและใช้สารเคมีในปริมาณที่ไม่เหมาะสม

3) ต้นทุนการผลิตสูง (ค่าหว่านข้าว ค่าหว่านปุ๋ย ค่าฉีดยา และค่าเก็บเกี่ยว)

4) ปัญหาสุขภาพ เกษตรกรเสี่ยงกับการสัมผัสสารเคมีโดยตรง

 

จากการดำเนินงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้สามารถแก้ปัญหาของเกษตรกรได้อย่างตรงจุด กล่าวคือ

- ช่วยประหยัดเวลา จากเดิมใช้คนพ่นสารเคมี 50 ไร่ ต้องใช้เวลา 180 นาที แต่การใช้โดรนพ่นใช้เวลาเพียง 40 นาที

- ลดต้นทุนการผลิตลง 20 – 30% ลดทั้งค่าแรงงาน และลดการสูญเสียสารเคมีจากการฉีดพ่นที่ไม่แม่นยำ

- สร้างอาชีพผู้ให้บริการโดรนเกษตร พัฒนาผู้ให้บริการโดรนเกษตรบินได้จริง โดยมีผู้สอบผ่านใบอนุญาตบินโดรนจาก CAAT 12 ราย โดยเกษตรกรเห็นว่า ค่าบริการโดรนที่เหมาะสมคือ 50 บาท/ไร่ ซึ่งใน 1 วัน สามารถให้บริการได้ 150 ไร่ ดังนั้น ผู้ให้บริการโดรนเกษตรจะมีรายได้สูงสุดถึง 7,500 บาท/วัน

- ลดความเสี่ยงในการสัมผัสสารเคมีโดยตรง

- เกษตรกรมีความพึงพอใจ จากการสำรวจเกษตรกร 171 ราย ได้คะแนนความพึงพอใจสูงถึง 4.51 จาก 5 คะแนนเต็ม

 

ทั้งนี้ นางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ได้ให้ข้อคิดเห็นต่อการต่อยอดทุนวิจัยใน 3 ประเด็น ดังนี้

1. การจัดทำฐานข้อมูลผู้ให้บริการโดรนเกษตร เพื่อประชาสัมพันธ์กับเกษตรกรในพื้นที่

2. การจัดทำคู่มือแนะนำการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในนาข้าวที่เหมาะสม

3. การต่อยอดพัฒนาหลักสูตรการบินและการ "ซ่อมบำรุงโดรนเกษตร" เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้ Young Smart Farmer และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอ่างทองอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากพลังแห่งความร่วมมือของ 8 หน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ที่ร่วมกันเติมความรู้ เทคโนโลยี และทักษะการบำรุงรักษาอุปกรณ์ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรอ่างทองพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

****************************************************

#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง.

#พิรุณสาร #MOAC #จังหวัดอ่างทอง 

#เกษตรอัจฉริยะ #โดรนเกษตร #เกษตรอ่างทอง #สมาคมอารักขาพืชไทย #ลดต้นทุนเพิ่มรายได้ #SmartFarming #อ่างทอง

 

ตกลง