วิธีดูแลแปลงขิง ข่า ตะไคร้ ให้แข็งแรงและไม่เป็นโรค
ช่วงฝนตกแบบนี้ เกษตรกรหลายคนหันมาปลูกสมุนไพรไทยอย่าง ขิง ข่า และตะไคร้ เพราะอากาศชื้น ดินชุ่มน้ำ เหมาะกับการเจริญเติบโต แต่ก็อย่าลืมว่าฝนเยอะก็แฝงความเสี่ยง ทั้งโรครากเน่า โคนเน่า ถ้าดูแลไม่ถูกวิธีอาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้ วันนี้เกษตรสัญจรเลยพามาดู เทคนิคการดูแลแปลงปลูกในช่วงที่ฝนตก เพื่อให้สมุนไพรยังแข็งแรง ไม่กลัวน้ำท่วม และไม่หวั่นโรคพืช
เทคนิคการดูแลแปลงปลูกในหน้าฝน
1. จัดการระบบน้ำและการระบายน้ำ
การปลูกในหน้าฝน สิ่งสำคัญคือไม่ให้มีน้ำขัง ยกร่องปลูกให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย พร้อมทำทางระบายน้ำรอบแปลง เมื่อฝนตกหนักน้ำจะไหลออกไปได้ง่าย ลดความเสี่ยงต่อโรครากเน่าและโคนเน่า ที่เป็นปัญหาหลักของขิง ข่า และตะไคร้ในฤดูนี้
2. คลุมดินเพื่อรักษาความชื้นและป้องกันโรค
การใช้ฟางข้าว แกลบ หรือใบไม้แห้งคลุมดิน นอกจากจะช่วยเก็บความชื้นได้พอดีแล้ว ยังช่วยป้องกันวัชพืช และลดการกระเด็นของเชื้อโรคจากดินขึ้นมาติดใบหรือลำต้น เมื่อฝนสาดลงมาโดยตรง
3. บำรุงดินและเสริมจุลินทรีย์ชีวภาพ
ดินที่ดีจะช่วยให้สมุนไพรเจริญเติบโตได้แข็งแรง การใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักจะช่วยปรับโครงสร้างดินให้อุ้มน้ำและถ่ายเทอากาศได้สมดุล ควรเสริมด้วยน้ำหมักชีวภาพหรือน้ำสกัดสมุนไพร เช่น สะเดา ตะไคร้หอม หรือบอระเพ็ด ฉีดพ่นเพื่อป้องกันแมลงและเชื้อรา ช่วยลดการพึ่งพาสารเคมี
4️. ดูแลแปลงให้โปร่งและสะอาดอยู่เสมอ
หมั่นตัดแต่งกอที่แน่นทึบ กำจัดวัชพืชรอบแปลง เพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดความชื้นสะสม ซึ่งมักเป็นแหล่งสะสมของเพลี้ย หนอน และเชื้อโรคทางใบ การดูแลแปลงให้สะอาดยังทำให้การจัดการโรคแมลงทำได้ง่ายและรวดเร็ว
5️. เก็บเกี่ยวให้ตรงช่วงเวลาเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด
สมุนไพรแต่ละชนิดมีช่วงเก็บเกี่ยวที่ต่างกัน ขิงเหมาะสำหรับเก็บที่อายุประมาณ 8-10 เดือน ข่าประมาณ 8-12 เดือน ส่วนตะไคร้สามารถทยอยเก็บได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป การเก็บเกี่ยวตามอายุที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีรสชาติ กลิ่น และคุณภาพดี อีกทั้งยังขายได้ราคาสูงกว่าการเก็บเกี่ยวก่อนหรือหลังเวลา
ขิง ข่า และตะไคร้ จัดเป็นสมุนไพรที่ตลาดต้องการสูง ทั้งในรูปแบบสด แปรรูป และอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม หากเกษตรกรดูแลแปลงปลูกอย่างถูกวิธีในช่วงหน้าฝนหรือในช่วงที่ฝนตกชุก ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการสูญเสีย แต่ยังเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ และต่อยอดสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง