สินค้าเกษตรแบบนี้ ต้องขอ อย. ไหม? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนยังไม่รู้
เกษตรสัญจรอยากชวนเกษตรกรมาคิดให้รอบ ก่อนเอาสินค้าออกขาย เพราะในวันนี้ การทำเกษตรไม่จบแค่ปลูกหรือแปรรูปให้ได้ของดี แต่ต้องไปให้ถึงและขายได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ หลายคนทำสินค้าเกษตรแปรรูปด้วยความตั้งใจ แต่พอจะวางขายจริง ไม่ว่าจะตลาดนัด ออนไลน์ หรือฝากร้าน กลับเจอคำถามสำคัญที่ยังไม่กล้าตอบ สินค้าเกษตรของเรา ต้องขอ อย. ไหม? วันนี้เกษตรสัญจรมีคำตอบมาให้แล้วครับ
สินค้าเกษตรแบบไหน ไม่ต้องขอ อย.
1. พืชผักผลไม้สด ที่ไม่ผ่านการแปรรูป
2. ข้าวสาร เมล็ดพันธุ์ ถั่วแห้ง ที่ยังไม่ปรุงแต่ง
3. สินค้าที่ขายในลักษณะวัตถุดิบธรรมชาติ
กลุ่มนี้ ไม่เข้าข่ายอาหารแปรรูป จึงไม่ต้องขอ อย.
สินค้าเกษตรแบบไหน ต้องขอ อย.
ถ้าสินค้ามีลักษณะต่อไปนี้ ควรขอ อย. ก่อนจำหน่าย
1. มีการแปรรูป เช่น กล้วยทอด กล้วยฉาบ น้ำพริก แยม น้ำผลไม้
2. มีการปรุงรส เติมน้ำตาล เกลือ หรือวัตถุเจือปนอาหาร
3. บรรจุใส่ถุง ใส่ขวด ติดฉลาก และขายเชิงพาณิชย์
4. ขายออนไลน์ ส่งไปรษณีย์ หรือวางขายในร้านค้า
เพราะตามกฎหมาย สินค้าเหล่านี้จัดเป็น “อาหารแปรรูปควบคุม” ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
เทคนิคสำหรับเกษตรกรที่อยากเริ่มขอ อย. ไม่ต้องกลัว และไม่จำเป็นต้องลงทุนแพงเสมอไป
1. เริ่มจาก ขอ อย. แบบ OTOP / วิสาหกิจชุมชน
2. ใช้ครัวเรือนหรือโรงเรือนชุมชน ที่ผ่านสุขลักษณะ
3. ปรับฉลากให้ถูกต้องก่อนยื่น (ชื่อสินค้า / วันผลิต / ผู้ผลิต)
4. ขอคำแนะนำจาก สาธารณสุขอำเภอหรือจังหวัด ได้ฟรี
5. หลายพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ช่วยดูตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงทำผิดแล้วต้องแก้ทีหลัง
ทำไมเกษตรกรยุคใหม่ควรรู้เรื่อง อย.
1. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้า
2. ขยายตลาดได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์
3. ร้านค้า แพลตฟอร์ม และโครงการรัฐกล้ารับมากขึ้น
4. ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในระยะยาว
5. อย. ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือเครื่องมือช่วยให้สินค้าเกษตรไปได้ไกลกว่าเดิม
การขอ อย. อาจดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับเกษตรกรหลายคน แต่ความจริงแล้วไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้การขายยุ่งยากขึ้น หากเข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น อย. จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ทำให้สินค้าเกษตรแปรรูปขายได้อย่างมั่นใจ สร้างความเชื่อถือให้ผู้บริโภค และต่อยอดตลาดได้ในระยะยาว เกษตรดีไม่ได้จบแค่ปลูกเก่งหรือแปรรูปเป็น แต่ต้องเดินไปพร้อมกับความเข้าใจระบบตลาด เพื่อให้ของดีจากสวน เติบโตได้อย่างยั่งยืนครับ