แนวทางดูแลไร่อ้อย ช่วงปลายฝนถึงต้นหนาว
30 ก.ย. 2569
3
0
แนวทางดูแลไร่อ้อย ช่วงปลายฝนถึงต้นหนาว
แนวทางดูแลไร่อ้อย ช่วงปลายฝนถึงต้นหนาว

     ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน ร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำยังทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคกลางและอีสานตอนล่าง ขณะที่ภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบน เริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งในระยะถัดไปฝนและอุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลงตามฤดูกาล

     อ้อยอายุประมาณ 10 เดือน ในภาคเหนือและอีสานตอนบน สภาพอากาศที่เย็นและแห้งขึ้น จะเอื้อต่อการสุกแก่ และ เริ่มสู่การสะสมน้ำตาล เมื่อการเจริญทางลำต้นชะลอลง น้ำตาลที่สร้างจากใบ จะถูกสะสมในลำต้น ทำให้ค่า ซีซีเอส (CCS) มีแนวโน้มสูงขึ้น อย่าลืมว่ารายได้ "ค่าความหวาน 6%ของราคาอ้อย" ปีนี้ก็อย่างน้อย 60 บาทต่อซีซีเอส ถ้าอ้อยหวาน 13 ซีซีเอส ได้เงินเพิ่มอีก 180 บาทต่อตัน

     แต่พื้นที่ลุ่มในภาคกลางและอีสานตอนล่างต้องเฝ้าระวัง หากฝนตกต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมขัง รากอ้อยจะขาดออกซิเจน การดูดน้ำและธาตุอาหารลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบรากและโรคบางชนิด อ้อยล้มจะทำให้การเก็บเกี่ยวยากขึ้น และหากนำรถตัดหรือรถขนอ้อยเข้าพื้นที่ขณะดินแฉะ อาจทำให้ดินอัดแน่นและเหยียบตอ ส่งผลกระทบต่ออ้อยตอในปีถัดไป

     ในทางกลับกัน พื้นที่ดินทรายและพื้นที่ดอนที่เคยประสบฝนน้อยหรือฝนทิ้งช่วง ฝนในช่วงปลายฤดูยังมีประโยชน์ ช่วยให้อ้อยฟื้นตัวและสร้างน้ำหนักลำเพิ่มได้บางส่วน โดยเฉพาะแปลงที่ยังมีใบและระบบรากสมบูรณ์ แต่ผลผลิตที่สูญเสียจากความแห้งแล้งก่อนหน้านี้อาจไม่สามารถชดเชยกลับมาได้ทั้งหมด

     อ้อยที่วางแผนเก็บเกี่ยว (ตัดอ้อย) ในเดือนมกราคม ถึง มีนาคม 70 ยังมีเวลาในการสร้างผลผลิต จึงควรใช้ความชื้นช่วงปลายฤดูให้เกิดประโยชน์ พร้อมจัดการธาตุอาหารตามอายุอ้อย สภาพต้น และความอุดมสมบูรณ์ของดิน "ไม่ควรเร่งปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป" ในช่วงอ้อยใกล้สุกแก่ เพราะอาจกระตุ้นการเจริญทางใบและลำต้น ทำให้การสะสมน้ำตาลล่าช้า
ดังนั้นช่วงปลายฤดูฝน จึงต้องบริหารอ้อยแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ — พื้นที่ลุ่มเน้นระบายน้ำและรักษาตอ พื้นที่ดอนที่ยังขาดน้ำใช้ฝนปลายฤดูฟื้นผลผลิต ส่วนอ้อยที่เริ่มเข้าสู่ระยะสุกแก่ ควรรักษาสมดุลน้ำและธาตุอาหาร เพื่อเปลี่ยนจากการ “สร้างตัน” ไปสู่การ “สะสมน้ำตาลและเพิ่ม CCS” อย่างเหมาะสม

ตกลง