พลิกร่องสวนเป็นรายได้เสริม ด้วยการปลูกพืชแซม
22 มิ.ย. 2569
0
0
พลิกร่องสวนเป็นรายได้เสริม ด้วยการปลูกพืชแซม
พลิกร่องสวนเป็นรายได้เสริม ด้วยการปลูกพืชแซม

พลิกร่องสวนเป็นรายได้เสริม ด้วยการปลูกพืชแซม

     เดินดูสวนช่วงนี้ เห็นร่องสวนของหลายสวนปล่อยว่างไว้จนหญ้าขึ้นรก ต้องคอยสตาร์ทเครื่องตัดหญ้า เดินลุยแดดลุยฝนตัดทิ้งกันอยู่บ่อยๆ เสียทั้งค่าน้ำมัน เสียทั้งแรงโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย ลองเปลี่ยนร่องสวนว่างๆ เหล่านั้นมาทำ การปลูกพืชแซม กันดีกว่าครับ เปลี่ยนจากที่ต้องคอยเคลียร์หญ้าทิ้ง มาเป็นเก็บผลผลิตไปขาย เปลี่ยนดินว่างในร่องสวนให้กลายเป็นรายได้เสริมเข้ามาจุนเจือครอบครัวให้มากขึ้นวันนี้ เกษตรสัญจรมีเทคนิคดีๆ มาฝาก เกี่ยวกับการเลือกพืชแซมให้เหมาะกับสวนและสร้างรายได้ได้จริง มาดูกันเลยครับ

ข้อดีของการปลูกพืชแซมแบบถูกวิธี
1. ช่วยคลุมหน้าดิน ใบของพืชแซมจะช่วยบังแสงแดด ทำให้ดินมีความชุ่มชื้น น้ำระเหยช้าลง ประหยัดน้ำได้ดี
2. ช่วยลดวัชพืช พอมีพืชแซมโตคลุมพื้นที่ หญ้าก็จะไม่ค่อยขึ้น ช่วยลดงานและลดแรงในการกำจัดวัชพืชไปได้

เทคนิคเลือกพืชแซมให้เหมาะกับสภาพสวน
หลักการเลือกพืชมาปลูกแซมไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเลยครับ หัวใจสำคัญมีแค่อย่างเดียวคือ ต้องไม่แย่งอาหารและไม่บังแสงของพืชหลัก โดยเราสามารถแบ่งลักษณะการปลูกตามอายุของสวนได้ง่ายๆ ดังนี้
    1. สวนที่เพิ่งลงกล้าใหม่ หรือไม้หลักยังเล็ก ช่วงที่ไม้หลัก เช่น ทุเรียน มะม่วง หรือส้ม ยังเป็นต้นกล้าขนาดเล็ก แสงแดดส่องลงมาถึงพื้นดินได้อย่างเต็มที่ พื้นที่ตรงนี้แนะนำให้ปลูกพืชอายุสั้นที่เก็บขายได้ไวครับ โดยสามารถเลือกปลูกพืชผักสวนครัวอย่าง พริก มะเขือ ผักกวางตุ้ง หรือโหระพา ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็ว ช่วยให้มีผลผลิตหมุนเวียนและสร้างรายได้ตามรอบการเก็บเกี่ยว หรือจะเลือกปลูกพืชตระกูลถั่ว อย่างถั่วลิสงและถั่วเขียวก็ดีมากครับ เพราะพืชกลุ่มนี้จะมีปมที่รากช่วยดึงไนโตรเจนลงมาสะสมในดิน พอเก็บฝักเสร็จก็สามารถไถกลบต้นถั่วให้กลายเป็นปุ๋ยพืชสดชั้นดี ช่วยปรับปรุงดินและเร่งให้ไม้หลักโตไวขึ้น ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยบางส่วน และช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน

    2. สวนที่ต้นใหญ่โตแล้ว หรือร่องสวนเริ่มร่มครึ้ม สำหรับสวนยางพารา สวนปาล์ม หรือสวนผลไม้ที่ปลูกมาได้หลายปี จนกิ่งก้านใบเริ่มชนกัน แสงแดดส่องลงมาถึงพื้นสวนได้น้อยลง แนะนำให้เลือกปลูกพืชที่ชอบร่มรำไรและชอบความชื้นใต้ร่มไม้ใหญ่ครับ โดยเลือกปลูกพืชสมุนไพรและพืชหัว เช่น ขมิ้นชัน ข่า หรือตะไคร้ เพราะกลุ่มนี้จะดูดซับสารอาหารในระดับผิวดิน ทำให้ไม่ไปแย่งอาหารหรือรบกวนระบบรากของไม้หลัก หรือจะเลือกปลูกผักพื้นบ้านอย่าง ผักกูด ก็เหมาะสมมากครับ เพราะชอบสภาพแวดล้อมที่ชื้นและร่มรำไร เติบโตได้ดี โรคแมลงรบกวนน้อย ดูแลไม่ยุ่งยากเมื่อปลูกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ถึงเวลาก็เก็บไปขายสร้างรายได้เสริมได้แบบสบายๆ ครับ

สิ่งสำคัญที่ต้องระวังก่อนลงมือ
    ข้อควรคิดสำหรับคนทำสวน แม้การปลูกพืชแซมจะมีประโยชน์มาก แต่สิ่งที่ต้องใส่ใจคือเรื่องน้ำ และ แสงแดด เราต้องมั่นใจว่าระบบน้ำในสวนของเราเพียงพอสำหรับพืชทั้งสองชนิด ไม่ใช่ปล่อยให้พืชแซมไปแย่งน้ำแย่งปุ๋ยจนไม้หลักแกร็นหรือโตช้า และพืชแซมที่เลือกมาต้องไม่สูงใหญ่จนไปบดบังแสงแดดของต้นไม้หลักเด็ดขาด ให้คิดเสมอว่าพืชหลักคือประธาน ส่วนพืชแซมคือส่วนเสริมที่จะมาช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับที่ดินของเรา

    การทำเกษตรยุคนี้จะรอรายได้จากพืชหลักเพียงอย่างเดียวคงไม่ทันการณ์ ลองเปลี่ยนร่องสวนที่เคยว่างเปล่ามาลองปลูกพืชแซมดูครับ ใช้พื้นที่เท่าเดิม ลงแรงเพิ่มอีกหน่อย แต่ช่วยให้มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ มีเงินเข้ากระเป๋าทุกวันแบบไม่ขาดสายครับ

ที่มา เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

ตกลง