วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 ดร.พรเทพ ศรีธนาธร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 16 พร้อมด้วย นายอดิศร จันทรประภาเลิศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ในคราวลงพื้นที่ตรวจราชการพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ
โดยเวลา 14.30 น. ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ ณ อาคารศิริวัฒน์ ตำบลป่าแงะ อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ซึ่งนายสุริยะ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ เพราะนโยบายที่ดีต้องเริ่มจากการรับฟังประชาชน และการแก้ปัญหาที่แท้จริงต้องลงมือทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานจะช่วยเสริมทักษะอาชีพและความมั่นคงด้านแรงงาน เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเดินหน้าไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ได้เสนอขอรับการสนับสนุนโครงการประตูระบายน้ำบ้านร่องเปาพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เนื่องจากปัจจุบันฝายร่องเปาเกิดการชำรุดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ กรมชลประทานได้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนงานระยะปานกลาง (MTEF) ปี พ.ศ. 2571 แล้ว โดยโครงการประกอบด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ ความยาวรวมประมาณ 34 กิโลเมตร หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และมีพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 18,700 ไร่
จากนั้น เวลา 15.30 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังอาคารหอประชุมเทศบาลตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ เกษตรกรได้เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านแม่หนาดพร้อมระบบส่งน้ำ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนพื้นที่การเกษตรกว่า 800 ไร่ โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองซอย 3La-RMC ในพื้นที่ตำบลสันกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 1,650 ไร่ ซึ่งทั้ง 2 โครงการ กรมชลประทานได้บรรจุในแผนงานระยะปานกลางแล้ว รวมถึงโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ำและฝายน้ำล้นในพื้นที่ตำบลทานตะวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บ กระจายน้ำ และป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่
นายสุริยะ ยังระบุอีกว่า จากการรับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำและการปฏิบัติการฝนหลวง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานเร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้งโครงการประตูระบายน้ำและระบบส่งน้ำ ควบคู่กับการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้สั่งการให้กรมฝนหลวงฯ ติดตามสภาพอากาศและปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุน บรรเทาภัยแล้ง และลดผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานและเร่งรัดการดำเนินโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็ว
“การบริหารจัดการน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ การกระจายน้ำ และการป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ทั้งนี้ ข้อเสนอของพี่น้องประชาชนทุกเรื่องคือข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล ผมขอยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งผลักดันให้ทุกปัญหาได้รับการแก้ไข เพื่อให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกรมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี อันจะส่งผลให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่เพียงพอ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน” นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้าย