เตือนการเฝ้าระวัง โรคไหม้ดำหรือเหี่ยว ในงา ประจำเดือน มิถุนายน 2568
13 มิ.ย. 2568
84
0
เตือนการเฝ้าระวัง
เตือนการเฝ้าระวัง โรคไหม้ดำหรือเหี่ยว ในงา ประจำเดือน มิถุนายน 2568

เตือนการเฝ้าระวัง โรคไหม้ดำหรือเหี่ยว ในงา

     สภาพอากาศในช่วงนี้ช่วงต้นฤดูฝน เตือนผู้ปลูกงา ในระยะ งอกจนถึงอายุ 30 วัน รับมือโรคไหม้ดำหรือเหี่ยว เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ต้นงาเหี่ยวและยืนต้นตายเป็นหย่อมๆ พบรอยแผลช้ำสีน้ำตาลดำตามแนวยาวของลำต้น ลำต้นที่เป็นโรคจะมีลักษณะผิวขรุขระ และอาจโป่งนูนหรือปริแตกได้ เมื่อตัดลำต้นตามขวางจะเห็นเนื้อเยื่อภายในเน่าช้ำเป็นสีน้ำตาลบริเวณรอยต่อของเปลือกกับแกน เมื่อบีบจะพบน้ำเยิ้มสีขาวขุ่น หรือเมื่อนำไปแช่น้ำจะมีของเหลวสีขาวขุ่นไหลออกมา

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
     หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นที่เริ่มแสดงอาการของโรคเหี่ยว ให้ถอนต้นไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที และโรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค
การป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในฤดูถัดไป
๑. เลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน
๒. ไถพรวนดินให้ลึกเกินกว่า ๒o ซม. จากผิวดิน และตากดินไว้นานกว่า ๒ สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณเชื้อในดินลงได้มาก
๓. ก่อนปลูก รมดินเพื่อฆ่าเชื้อโรค โดยโรย ยูเรียผสมปูนขาว อัตรา ๘๐ : ๘๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ จากนั้นไถกลบและรดน้ำให้ดินมีความชื้น ทิ้งไว้ ๓ สัปดาห์ จึงเริ่มปลูกงา
๔. หลังเก็บเกี่ยว เก็บพืชที่เป็นโรคไปเผาทำลาย
๕. ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อ เช่น พืชตระกูลขิง พืชตระกูลมะเขือ มันฝรั่ง พริก และถั่วลิสง ให้สลับปลูกพืชชนิดอื่นที่ไม่ใช่พืชอาศัย เช่น ข้าว ข้าวโพด ปอแก้ว อ้อยคั้นน้ำ ถั่วพร้า และมันสำปะหลัง เพื่อตัดวงจรของเชื้อสาเหตุโรค

ที่มา สถาบันวิจัยพืชไร่

ตกลง