เตือนการเฝ้าระวัง โรคหัวและรากเน่า ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ประจำเดือน ตุลาคม 2568
23 ต.ค. 2568
117
0
เตือนการเฝ้าระวัง
เตือนการเฝ้าระวัง โรคหัวและรากเน่า ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ประจำเดือน ตุลาคม 2568

เตือนการเฝ้าระวัง โรคหัวและรากเน่า ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่

     สภาพอากาศในช่วงนี้ฝนตกชุก ลมกระโชกแรง เตือนผู้ปลูกหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ในระยะ เจริญเติบโตทางลำต้น รับมือโรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ต้นแคระแกร็น ใบเหลืองเหี่ยวแห้งจากปลายใบของใบที่อยู่รอบนอกก่อน แล้วลามแห้งหมดทั้งต้น กาบใบและรากเน่า เมื่อถอนต้น จะหลุดจากดินได้ง่าย บริเวณโคนต้นพบเส้นใยหยาบสีขาวของราสาเหตุโรค และเม็ดสีขาวหรือสีน้ำตาลดำคล้ายเมล็ดผักกาดปนอยู่กับเส้นใย จึงมักเรียกว่า ราเม็ดผักกาด
หัวพืชจะเหี่ยวยุบตัวลง แล้วแห้งฝ่อไปในที่สุด
**** ถ้าหัวหอม หรือกระเทียม มีเชื้อราสาเหตุโรคติดไป ในช่วงการเก็บรักษา จะทำให้เน่าลุกลาม

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
   ๑. หลีกเลี่ยงการปลูกพืช ในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้
   ๒. ควรเลือกแปลงปลูกที่ดินไม่เป็นกรดจัด หรือ ปรับสภาพดินไม่ให้เป็นกรดจัด โดยใส่ปูนขาว หรือ โดโลไมท์ อัตรา ๓๐๐–๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ (หรือตามค่าวิเคราะห์ดิน) แล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์ อย่างน้อย ๑–๒ ตันต่อไร่ และแปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี
   ๓. ใช้หัวหรือเมล็ดพันธุ์จากแหล่งปลูกที่ไม่เคยมีโรคนี้ระบาดมาก่อน และไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ
   ๔. หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นเป็นโรค ให้ถอนต้นและขุดเอาดินที่พบเชื้อรานำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก แล้วใช้สารอีไตรไดอะโซล ๒๔% อีซี อัตรา ๒๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล ควินโตซีน ๖% ๒๔% อีซี อัตรา ๓๐-๔๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ คาร์บอกซิน ๗๕% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๑๐-๑๕ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ ไอโพรไดโอน ๕๐% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๓๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ราดดินในหลุมและบริเวณใกล้เคียง เพื่อป้องกันเชื้อราแพร่ไปยังต้นข้างเคียง และควรหยุดใช้สารก่อนการเก็บเกี่ยวอย่างน้อย ๑๔ วัน
   ๕. หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรกำจัดเศษซากพืชและวัชพืชในแปลงให้หมด เพื่อป้องกันการสะสมเชื้อโรค
   ๖. ในช่วงที่เว้นว่างจากการปลูกพืช ควรไถพลิกดินขึ้นมาตากแดดนานๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจตกค้างในดิน
   ๗. แปลงที่มีการระบาดของโรค ควรเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน

ที่มา กรมวิชาการเกษตร

ตกลง