เตือนการเฝ้าระวัง โรคใบด่างจุดวงแหวน ในมะละกอ ประจำเดือน มีนาคม 2569
11 มี.ค. 2569
9
0
เตือนการเฝ้าระวัง
เตือนการเฝ้าระวัง โรคใบด่างจุดวงแหวน ในมะละกอ ประจำเดือน มีนาคม 2569

เตือนการเฝ้าระวัง โรคใบด่างจุดวงแหวน ในมะละกอ

     สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศร้อน มีฝนตก บางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกมะละกอ ในระยะ ทุกระยะ การเจริญเติบโต รับมือโรคใบด่างจุดวงแหวน (เชื้อไวรัส Papaya ringspot virus (PRSV))

     ระยะต้นกล้า ต้นจะแคระแกร็น ใบอ่อนซีดเหลือง เส้นใบหยาบหนาขึ้น ใบด่างเป็นสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อน หากโรครุนแรงจะทำให้ใบมีขนาดเล็กลง บิดเบี้ยวผิดรูปร่าง และหงิกงอ บางครั้งพบใบเรียวเล็กลงเป็นเส้นยาวแทบจะไม่เห็นเนื้อใบ ทำให้ต้นกล้าไม่เจริญเติบโตหรือตายได้

     ระยะต้นโต ยอดและใบอ่อนเหลืองซีด ใบมีขนาดเล็กลง ก้านใบสั้น ใบแก่ขอบใบจะม้วนขึ้นและหยัก ใบด่างเป็นสีเหลืองสลับเขียว ลำต้นและก้านใบมีรอยช้ำเป็นขีดหรือรูปวงแหวน ต้นที่เป็นโรคจะติดผลเร็ว แต่ให้ผลผลิตต่ำ หรือถ้าโรครุนแรงจะทำให้ใบและช่อดอกหลุดร่วง ไม่ติดผล ต้นแคระแกร็น อาการที่ผลจะพบจุดรูปวงแหวน หรือบางครั้งเป็นสะเก็ดรูปวงแหวน ถ้าอาการรุนแรงมากจะเป็นหูดนูนขึ้นมาและผิวขรุขระ

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. ตรวจแปลงเพาะกล้า หรือแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นที่เป็นโรค ถอน หรือขุดออกนำไปทำลาย หรือฝังดินนอกแปลงทันที
2. ทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรค ก่อนนำไปใช้ใหม่ทุกครั้ง
3. คัดเลือกกล้ามะละกอที่แข็งแรงและไม่เป็นโรคมาปลูก
4. หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลง และรอบแปลงปลูก เพื่อลดแหล่งสะสมของเชื้อไวรัส และแมลงพาหะ
5. เชื้อไวรัสสาเหตุโรคพืช ยังไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง แต่ป้องกันการระบาดของโรคได้โดยการกำจัดแมลงพาหะนำโรค คือ เพลี้ยอ่อน โดยพ่นสารอิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไทอะมีทอกแซม 25% WG อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โคลไทอะนิดิน 16% SG อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
6. ไม่ปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรคใกล้แปลงปลูกมะละกอที่เป็นโรค ได้แก่ พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว มะเขือเทศ มะเขือยาว ตำลึง หงอนไก่ บานไม่รู้โรย และลำโพง เป็นต้น
7. ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ฤดูปลูกถัดไป ควรปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค

ที่มา กรมวิชาการเกษตร

ตกลง