เตือนภัยการระบาดของด้วงวงศ์ Scarabaeidae (หนอนด้วงกินราก) ในข้าวโพด
13 ก.ค. 2569
38
0
เตือนภัยการระบาดของด้วงวงศ์
เตือนภัยการระบาดของด้วงวงศ์ Scarabaeidae (หนอนด้วงกินราก) ในข้าวโพด

เตือนภัยการระบาดของด้วงวงศ์ Scarabaeidae (หนอนด้วงกินราก) ในข้าวโพด

     ลักษณะการทำลายและอาการที่พบ: หนอนด้วงจะอาศัยอยู่ใต้ดินเพื่อกัดกินรากฝอยและรากค้ำจุน ส่งผลให้ต้นข้าวโพดดูดน้ำและสารอาหารได้น้อยลง ต้นจะอ่อนแอ แคระแกร็น เจริญเติบโตช้า และล้มง่าย อาการที่สังเกตได้คือ ใบเหลือง เหี่ยว เฉา คล้ายขาดน้ำ แม้ดินจะมีความชื้น หากขุดดินลึกลงไปประมาณ 10 เซนติเมตร รอบโคนต้น จะพบหนอนสีขาวครีม ลำตัวอ้วนงอเป็นรูปตัว C

ป้องกันกำจัดด้วยวิธีการใช้สารเคมี
แบบสูตรน้ำ (สำหรับราดโคนต้น): สารกลุ่ม 2 ฟิโพรนิล 5% SCอัตรา 80 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
- กลุ่ม 1 เบนฟูราคาร์บ 20% EC อัตรา 80 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
- กลุ่ม 28 คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC

แบบสูตรเม็ด (ใช้เมื่อดินมีความชื้น): เบนฟูราคาร์บ 3% G หรือ ฟิโพรนิล 0.3% G ในอัตรา 5–6 กิโลกรัมต่อไร่

ข้อสำคัญ: เนื่องจากหนอนด้วงอาศัยและกัดกินรากอยู่ใต้ดิน จึงไม่ควรพ่นสารทางใบืช เพราะสารจะไม่สามารถลงไปถึงตัวหนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรราดหรือพ่นสารลงบริเวณโคนต้นให้ตรงแนวราก หรือบริเวณที่คาดว่าหนอนอาศัยอยู่ เพื่อให้สารซึมลงสู่ดินและสัมผัสกับหนอนได้โดยตรง หลังราดสารควรให้น้ำทันที หรือดำเนินการก่อนมีฝนตก เพื่อช่วยพาสารลงสู่บริเวณระบบราก ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดและควรทำในช่วงที่หนอนยังตัวเล็กเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้วยวิธีเขตกรรม
     ไถพรวนดินหลายครั้งก่อนปลูก และตากดิน 7–14 วัน เพื่อพลิกไข่ หนอน และดักแด้ขึ้นสู่ผิวดิน ให้แสงแดด และนกช่วยกิน(หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยคอกดิบ ควรใช้ปุ๋ยคอกที่หมักสมบูรณ์แล้ว เพื่อลดการล่อให้ด้วงมาวางไข่

ด้วยชีววิธี
     ใช้เชื้อรา เมตาไรเซียม (Metarhizium anisopliae) อัตรา เชื้อสด 10 กิโลกรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นหรือราดบริเวณโคนต้นและหน้าดิน เพื่อควบคุมหนอนใต้ดิน บทสรุป: การจัดการที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการใช้ IPM ตั้งแต่การเตรียมดิน การสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ การใช้ชีววิธี และใช้สารเคมีเฉพาะเมื่อจำเป็นในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อรักษาระบบรากและผลผลิตให้คุ้มค่าที่สุด

ตกลง