เตือนการเฝ้าระวัง โรคเสาวรสเหลืองหวาน
จากการลงพื้นที่ติดตามแปลงเสาวรสพบการระบาดของโรคในหลายแปลงมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
- ฝนตกมากและต่อเนื่อง ทำให้ความชื้นสะสมสูง
- เสาวรสเหลืองหวานอาจมีความอ่อนแอต่อโรคแตกต่างจากพันธุ์เดิมที่เคยส่งเสริม
- พบอาการคล้ายโรคหลายชนิดเกิดร่วมกัน และเกษตรกรบางรายเลือกใช้สารป้องกันกำจัดโรคไม่ตรงกับเชื้อสาเหตุ
4 โรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
1. โรคโคนเน่า–ผลเน่า เชื้อ Phytophthora spp.
2. โรคแอนแทรคโนส เชื้อ Colletotrichum spp.
3. โรคใบจุดสีน้ำตาลและผลเน่า เชื้อ Alternaria spp.
4. โรคสแคบ หรือแผลสะเก็ด เชื้อ Cladosporium spp.
โรคกลุ่มที่ 2–4 มีสาเหตุจากเชื้อราชั้นสูง ส่วน Phytophthora เป็นเชื้อราชั้นต่ำ จึงต้องเลือกสารป้องกันกำจัดให้ตรงกับเชื้อสาเหตุ
เลือกสารเคมีให้ตรงกับกลุ่มเชื้อสาเหตุ
- กลุ่มโรคจากเชื้อราชั้นสูง เช่น แอนแทรคโนส ใบจุด และสแคบ ใช้สารเคมีกลุ่มเดียวกันได้ สารเคมีที่แนะนำ โพรพิเนบ(แอนทราโคล),แมนโคเซบ (แคปแทนหรือไดเทน) , อะซอกซีสโตรบิน(อมิสตา) , ไดฟีโนโคนาโซล(สกอร์) และไพราโคลสโตรบิน(เฮดไลน์)
- โรคผลเน่า–โคนเน่าจาก Phytophthora ตัวอย่างสารที่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อกลุ่มนี้ ได้แก่ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม(อาลีเอท) , กรดฟอสโฟนิก (โพลิอาร์ฟอส) , และไดเมโทมอร์ฟ(ฟอรั่ม)
- การใช้สารเคมีแบบสลับกลุ่มสารเพื่อป้องกันการดื้อยา เนื่องจากเสาวรสเป็นพืชที่ให้ผลผลิตต่อเนื่อง หากมีการแพร่ระบาดของโรคมากและต้องพึ่งการใช้สารเคมี เกษตรกรควรมีสารเคมีมากกว่า 3 กลุ่มสารออกฤทธิ์ เพื่อให้การใช้สารเคมีมีประสิทธิภาพมากที่สุด
**หมายเหตุ: ลักษณะของโรคที่พบในพื้นที่ส่งเสริม อำเภอแม่แจ่ม กลุ่มสารเคมีที่แนะนำคือตัวสารที่เคยใช้ และเกษตรกรน่าจะพอหาซื้อได้ตามร้านในพื้นที่แม่แจ่ม
ก่อนใช้สารเคมี ต้องเริ่มจากการจัดการแปลง
- ตัดแต่งกิ่งและใบที่แน่นทึบ ให้แสงแดดส่องถึงและอากาศถ่ายเท
- เก็บผลที่เป็นโรค กิ่งแห้ง และใบที่ร่วงออกจากแปลง กำจัดอย่างเหมาะสม ไม่กองทิ้งไว้ใต้โคนต้น
- ปรับปรุงการระบายน้ำ ลดความชื้นสะสมและน้ำขังบริเวณโคนต้น
- ใช้ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาตามคำแนะนำ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับโรคและวิธีใช้