สหรัฐฯ เปิดไต่สวน Section 301 กรณี “กำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง” รวมไทยอยู่ในข่ายสอบสวน
13 มี.ค. 2569
7
0
สหรัฐฯเปิดไต่สวนSection301กรณี“กำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง”
สหรัฐฯ เปิดไต่สวน Section 301 กรณี “กำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง” รวมไทยอยู่ในข่ายสอบสวน

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเปิดการไต่สวนตามมาตรา 301(b) แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 เพื่อตรวจสอบนโยบายหรือมาตรการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหากำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต (structural excess capacity and production in manufacturing sectors) อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนครั้งนี้

ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ที่ถูกไต่ส่วน 16 ประเทศ ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม ไต้หวัน บังกลาเทศ เม็กซิโก ญี่ปุ่น และอินเดีย

โดย USTR จะเปิดรับความเห็นสาธารณะในวันที่ 17 มีนาคม 2026 กำหนดยื่นความเห็นหรือคำขอเข้าร่วมให้การภายในวันที่ 15 เมษายน 2026 และจะเริ่มการไต่สวนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

สำหรับประเทศไทย USTR ระบุว่า มีหลักฐานบ่งชี้ถึงภาวะกำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง โดยไทยยังคงมีดุลการค้าเกินดุลสินค้าในตลาดโลกในหลายสาขา เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง อีกทั้งไทยยังเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐฯ 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 นอกจากนี้ USTR ยังอ้างว่า ภาคการผลิตของไทยใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19


USTR ให้เหตุผลว่า หลายประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ผลิตสินค้าเกินกว่าที่ตลาดภายในประเทศจะรองรับได้ ส่งผลให้สินค้าส่วนเกินไหลเข้าสู่ตลาดโลก และกระทบต่อการผลิต การลงทุน และการขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการฟื้นฟูฐานการผลิต ดึงห่วงโซ่อุปทานสำคัญกลับประเทศ และสร้างงานในภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ การเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 ครั้งนี้มีขึ้นภายหลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่า มาตรการภาษีที่รัฐบาลทรัมป์เคยใช้อาศัยอำนาจตามกฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ไม่สามารถใช้บังคับต่อไปได้ ทำให้สหรัฐฯ ต้องหันมาใช้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าเพื่อกำหนดภาษีนำเข้าชั่วคราวในอัตรา 10% ซึ่งมีผลใช้ได้ไม่เกิน 150 วัน และการไต่สวนตามมาตรา 301 ในครั้งนี้ก็สะท้อนถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการหากลไกทางกฎหมายใหม่เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการทางการค้าต่อประเทศต่าง ๆ ในระยะต่อไป

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงวอชิงตัน
ตกลง