สภาพแวดล้อม/สภาพอากาศที่เกิดในช่วงของการระบาด
อุณหภูมิลดต่ำลง มีหมอกในตอนเช้า มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ
หอมแดง,หอมหัวใหญ่
ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงการระบาด
ระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น
ปัญหาที่ควรระวัง
โรคแอนแทรคโนสหรือโรคหอมเลื้อย หรือโรคหมานอน ( เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides)
ข้อสังเกตลักษณะ/อาการที่อาจพบ
อาการของโรค พบได้บนใบ กาบใบ หรือส่วนหัว โดยเริ่มแรกพบจุดฉ่ำน้ำขนาดเล็ก สีเขียวหม่น ต่อมาขยายใหญ่เป็นแผลรูปกลมหรือรี เนื้อแผลยุบลงเล็กน้อย บนแผลมีหยดของเหลวสีชมพูอมส้ม เมื่อแห้งจะเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาลดำ เรียงเป็นวงรี ซ้อนกันหลายชั้น ถ้าแผลขยายใหญ่หรือหลายแผลมาชนกันหลายชั้น ถ้าแผลขยายใหญ่หรือหลายแผลมาชนกันจะทำให้หักพับ แห้งตาย หรือเน่าตายทั้งต้น ทำให้ผลผลิตลดลง หากเป็นโรคในระยะที่ต้นหอมยังไม่ลงหัว จะพบอาการต้นแคระแกร็น ใบบิดเป็นเกลียว ไม่ลงหัว ถ้าเป็นโรคในระยะที่ต้นหอมเริ่มลงหัว จะทำให้หัวลีบยาว บิดโค้งงอ ส่วนกาบใบที่อยู่บริเวณหนือหัวหอม(คอหอม)มักยืดยาว มีระบบรากสั้นกว่าปกติ ทำให้ไม่ได้ผลผลิต
แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. ตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบโรคในระยะเริ่มแรก พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช หากพบต้นที่เป็นโรครุนแรง ให้ถอนนำไปเผาทำลายนอกแปลง แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช โพรคลอราช 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดฟีโนโคนาโซล 25 % อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ชนิดใดชนิดหนึ่ง หากโรคยังคงระบาดควรพ่นซ้ำ ทุก 5 วัน แต่ไม่ควรเกิน 4 ครั้ง แล้วสลับพ่นด้วยแมนโคเวบ 80 % ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อสาเหตุโรค
2. หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะต้องเก็บซากพืชที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมจองเชื้อสาเหตุโรค
3. ฤดูปลูกถัดไปก่อนปลูกควรไถคาดดิน 2-3 แดด ใส่ปูนขาว และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับสภาพดิน
4. ใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ปราศจากโรค โดยแช่หัวพันธุ์ หรือต้นกล้าก่อนปลูกด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช โพรคลอราช 50 % ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 15-20 นาที
5. แปลงที่มีการระบาดของโรครุนแรง ควรปลูกพืชอื่นที่ไม่ใช่สกุลหอมกระเทียมสลับอย่างน้อย 2 ปี