|
2.1 ผลไม้ไทย

ตารางแสดงราคาการจัดจำหน่ายผลไม้ไทยในตลาดทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ตลาดพรี่เมี่ยม ตลาดระดับกลาง และร้านแฟรนไชส์ ปริมาณจัดจำหน่ายผลไม้เดือนพฤษภาคม 2561 มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับพฤษภาคม 2560 ผลไม้หลักของไทย 4 ชนิดที่มีจัดจำหน่ายในทุกระดับตลาด คือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ลำไย มังคุด และมะพร้าว ในปี 2560 จัดจำหน่ายเกือบทุกสัปดาห์ตลอดทั้งเดือน แต่ปี 2561 จัดจำหน่ายเพียง 1 – 2 สัปดาห์ต่อเดือนเท่านั้น มีเพียงตลาดพรี่เมี่ยมที่จัดจำหน่าย ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และมังคุดเกือบตลอดทั้งเดือน ส่วนระดับราคาผลไม้ไทย ปี 2561 ส่วนใหญ่เพิ่มสูงขึ้นกว่า ปี 2560 โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง มังคุด และส้มโอ ที่จัดจำหน่ายในตลาดพรี่เมี่ยม เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชี่ยวชาญในการเก็บรักษาผลไม้และมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม
ตลาดระดับพรี่เมี่ยม ตามปกติมีการจัดจำหน่ายมะพร้าวตลอดทั้งเดือน ราคามะพร้าวอยู่ที่ 28 หยวนต่อลูก ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของ พ.ค. 2561 ราคาเพิ่มขึ้น 10 หยวนต่อลูก เนื่องจาก มะพร้าวขาดตลาด และยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจีนมากขึ้น อีกทั้งอากาศเริ่มเข้าสู่ต้นฤดูร้อน นอกจากนี้ ปี 2561 ยังมีการจัดจำหน่ายส้มโอไทย 2 สายพันธุ์ คือ ส้มโอพันธุ์เนื้อขาว และส้มโอพันธุ์เนื้อชมพู ราคาส้มโอพันธุ์เนื้อชมพูแพงกว่าส้มโอพันธุ์เนื้อขาว 3.36 เท่า อยู่ที่ 128 หยวนต่อลูก ราคามังคุดในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนอยู่ที่ 128 หยวน เพิ่มขึ้น 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ 1 ของเดือน เนื่องจากผลผลิตมังคุดลดลง ทำให้สินค้าขาดตลาด
ตลาดระดับกลาง ปี 2561 มีการจัดจำหน่ายผลไม้ไทยน้อยที่สุด เนื่องจาก ผู้ประกอบการไม่ได้จัดจำหน่ายผลไม้เพียงอย่างเดียว และไม่มีความเชี่ยวชาญในการเก็บรักษาผลไม้ส่งผลให้ผลไม้มีรอยช้ำ สีไม่สวยงาม ดูไม่น่ารับประทาน จะเห็นได้ว่าผลไม้ไทยจัดจำหน่ายเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น
ร้านค้าแฟรนไชส์ ปี 2561 นำผลไม้ไทย 2 ชนิดเข้ามาจัดจำหน่ายเพิ่มเติม คือ ส้มโอ และทุเรียนพันธุ์ก้านยาวที่ยังไม่มีการจัดหน่ายในตลาดระดับพรี่เมี่ยมและตลาดระดับกลาง แต่ผลไม้หลักของไทยชนิดอื่นๆมีการจัดจำหน่ายที่น้อยลงเพียงบางสัปดาห์เท่านั้น โดยเฉพาะ มังคุด จัดจำหน่ายเพียงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน
2.2 กุ้ง
ราคากุ้งกุลาดำน้ำจืด กุ้งขาวแวนาไม และกุ้งเอกวาดอร์ของเดือนพฤษภาคม 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.25 หยวน 2.5 หยวน และ 2.5 หยวน ตามลำดับ แต่ราคากุ้งกุลาดำน้ำเค็มกลับลดลง 6.5 หยวน หากพิจารณาราคากุ้งของพ.ค และ เม.ย 2561 พบว่า ราคาสินค้ากุ้งทุกตัวคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
2.3 ยางพารา
ราคาซื้อขายยางพาราในตลาดล่วงหน้าของทุกรอบการส่งมอบมีแนวโน้มราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนเมษายน จากกราฟจะเห็นว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ราคายางพาราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสาเหตุมาจากการควบคุมการส่งออกยางพาราของไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียช่วงที่ผ่านมา และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันยังคงปรับลดกำลังผลิตและสหรัฐอเมริกาต้องการคว่ำบาตรอิหร่านส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านลดลง 7.5 ล้าน บาร์เรลต่อเดือน ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสหรัฐอเมริกาและจีนประกาศยกเลิกสงครามทางการค้าชั่วคราว
แนวโน้มสินค้าเกษตร
1. ผลไม้
แนวโน้มราคาผลใม้ไทยส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก อาจจะมีการปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเข้าช่วงฤดูกาลผลไม้ของไทย มีปริมาณผลไม้ออกสู่ตลาดขึ้น แต่ราคามังคุดจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นช่วงระยะเวลา 2 เดือน เนื่องจาก ปี 2561 ปริมาณมังคุดลดลงร้อยละ 65 มีสาเหตุมาจากกสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่ ปลายปี 2560 ถึง ต้นปี 2561 ส่งผลให้ผลไม้ปรับสภาพต้นไม่ทัน การติดดอก ออกผลล่าช้า ไม้ผลออกใบอ่อนแทนการออกดอก ส่งผลให้ปริมาณมังคุดเข้าสู่ตลาดน้อยลง
2. กุ้ง
แนวโน้มราคากุ้งเดือนมิถุนายน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับราคาเนื่องจากไม่ใช่ช่วงการบริโภคของคนจีน
3. ยางพารา
ราคาซื้อขายยางพาราล่วงหน้าส่งมอบเดือน 6 มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง เนื่องจากปลายเดือนพฤษภาคมประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนกลับมาประกาศสงครามทางการค้าอีกครั้ง หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประกาศจะหยุดการทำสงครามการค้าระหว่างกัน แต่ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงมีทิศทางเชิงบวก และปริมาณยางพาราในตลาดมีจำนวนน้อยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมต่อการกรีดยาง นอกจากนี้ จากดัชนี PMI ประเทศจีนเพิ่มขึ้น 0.6 จุด เป็น 52.9 บ่งบอกว่าเศรษฐกิจจีนปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น
|