รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (Situation Report) ประจำเดือนพฤษภาคม 2561
14 ม.ค. 2562
248
0
รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (Situation Report) ประจำเดือนพฤษภาคม 2561
รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร
รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (Situation Report) ประจำเดือนพฤษภาคม 2561

รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (Situation Report) ประจำเดือนพฤษภาคม 2561

ฝ่ายการเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

 

1. มูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับประเทศที่รับผิดชอบ

 

2. สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรที่สำคัญและแนวโน้ม

2.1 ผลไม้ไทย

 

           ตารางแสดงราคาการจัดจำหน่ายผลไม้ไทยในตลาดทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ตลาดพรี่เมี่ยม ตลาดระดับกลาง และร้านแฟรนไชส์  ปริมาณจัดจำหน่ายผลไม้เดือนพฤษภาคม 2561 มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับพฤษภาคม 2560 ผลไม้หลักของไทย 4 ชนิดที่มีจัดจำหน่ายในทุกระดับตลาด คือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ลำไย มังคุด และมะพร้าว ในปี 2560 จัดจำหน่ายเกือบทุกสัปดาห์ตลอดทั้งเดือน แต่ปี 2561 จัดจำหน่ายเพียง 1 – 2 สัปดาห์ต่อเดือนเท่านั้น มีเพียงตลาดพรี่เมี่ยมที่จัดจำหน่าย ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และมังคุดเกือบตลอดทั้งเดือน  ส่วนระดับราคาผลไม้ไทย ปี 2561 ส่วนใหญ่เพิ่มสูงขึ้นกว่า ปี 2560 โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง มังคุด และส้มโอ ที่จัดจำหน่ายในตลาดพรี่เมี่ยม เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชี่ยวชาญในการเก็บรักษาผลไม้และมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม

ตลาดระดับพรี่เมี่ยม ตามปกติมีการจัดจำหน่ายมะพร้าวตลอดทั้งเดือน ราคามะพร้าวอยู่ที่ 28 หยวนต่อลูก ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของ พ.ค. 2561 ราคาเพิ่มขึ้น 10 หยวนต่อลูก เนื่องจาก มะพร้าวขาดตลาด และยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจีนมากขึ้น อีกทั้งอากาศเริ่มเข้าสู่ต้นฤดูร้อน นอกจากนี้ ปี 2561 ยังมีการจัดจำหน่ายส้มโอไทย 2 สายพันธุ์ คือ ส้มโอพันธุ์เนื้อขาว และส้มโอพันธุ์เนื้อชมพู ราคาส้มโอพันธุ์เนื้อชมพูแพงกว่าส้มโอพันธุ์เนื้อขาว 3.36 เท่า อยู่ที่ 128 หยวนต่อลูก ราคามังคุดในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนอยู่ที่ 128 หยวน เพิ่มขึ้น 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ 1 ของเดือน เนื่องจากผลผลิตมังคุดลดลง ทำให้สินค้าขาดตลาด

ตลาดระดับกลาง ปี 2561 มีการจัดจำหน่ายผลไม้ไทยน้อยที่สุด เนื่องจาก ผู้ประกอบการไม่ได้จัดจำหน่ายผลไม้เพียงอย่างเดียว และไม่มีความเชี่ยวชาญในการเก็บรักษาผลไม้ส่งผลให้ผลไม้มีรอยช้ำ สีไม่สวยงาม ดูไม่น่ารับประทาน จะเห็นได้ว่าผลไม้ไทยจัดจำหน่ายเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น

ร้านค้าแฟรนไชส์ ปี 2561 นำผลไม้ไทย 2 ชนิดเข้ามาจัดจำหน่ายเพิ่มเติม คือ ส้มโอ และทุเรียนพันธุ์ก้านยาวที่ยังไม่มีการจัดหน่ายในตลาดระดับพรี่เมี่ยมและตลาดระดับกลาง แต่ผลไม้หลักของไทยชนิดอื่นๆมีการจัดจำหน่ายที่น้อยลงเพียงบางสัปดาห์เท่านั้น โดยเฉพาะ มังคุด จัดจำหน่ายเพียงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน 

 

2.2 กุ้ง

 

 

 

 

 

 

 

       

 

 

 

 

 

          ราคากุ้งกุลาดำน้ำจืด กุ้งขาวแวนาไม และกุ้งเอกวาดอร์ของเดือนพฤษภาคม 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.25 หยวน 2.5 หยวน และ 2.5 หยวน ตามลำดับ แต่ราคากุ้งกุลาดำน้ำเค็มกลับลดลง 6.5 หยวน หากพิจารณาราคากุ้งของพ.ค และ เม.ย 2561 พบว่า ราคาสินค้ากุ้งทุกตัวคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

2.3 ยางพารา

    

          ราคาซื้อขายยางพาราในตลาดล่วงหน้าของทุกรอบการส่งมอบมีแนวโน้มราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนเมษายน จากกราฟจะเห็นว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ราคายางพาราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสาเหตุมาจากการควบคุมการส่งออกยางพาราของไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียช่วงที่ผ่านมา  และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันยังคงปรับลดกำลังผลิตและสหรัฐอเมริกาต้องการคว่ำบาตรอิหร่านส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านลดลง 7.5 ล้าน บาร์เรลต่อเดือน ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสหรัฐอเมริกาและจีนประกาศยกเลิกสงครามทางการค้าชั่วคราว

                                                        

แนวโน้มสินค้าเกษตร

1. ผลไม้

แนวโน้มราคาผลใม้ไทยส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก อาจจะมีการปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเข้าช่วงฤดูกาลผลไม้ของไทย มีปริมาณผลไม้ออกสู่ตลาดขึ้น แต่ราคามังคุดจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นช่วงระยะเวลา 2  เดือน เนื่องจาก ปี 2561 ปริมาณมังคุดลดลงร้อยละ 65 มีสาเหตุมาจากกสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่ ปลายปี 2560 ถึง ต้นปี 2561 ส่งผลให้ผลไม้ปรับสภาพต้นไม่ทัน การติดดอก ออกผลล่าช้า ไม้ผลออกใบอ่อนแทนการออกดอก ส่งผลให้ปริมาณมังคุดเข้าสู่ตลาดน้อยลง

2. กุ้ง

          แนวโน้มราคากุ้งเดือนมิถุนายน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับราคาเนื่องจากไม่ใช่ช่วงการบริโภคของคนจีน

3. ยางพารา

          ราคาซื้อขายยางพาราล่วงหน้าส่งมอบเดือน 6 มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง เนื่องจากปลายเดือนพฤษภาคมประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนกลับมาประกาศสงครามทางการค้าอีกครั้ง หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประกาศจะหยุดการทำสงครามการค้าระหว่างกัน แต่ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงมีทิศทางเชิงบวก และปริมาณยางพาราในตลาดมีจำนวนน้อยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมต่อการกรีดยาง นอกจากนี้ จากดัชนี PMI ประเทศจีนเพิ่มขึ้น 0.6 จุด เป็น 52.9 บ่งบอกว่าเศรษฐกิจจีนปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น

3. ประเด็นปัญหา อุปสรรค และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการค้าสินค้าเกษตรของไทย
และถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรของไทย

1. สำนักงานควบคุมคุณภาพและตรวจสอบโรคแห่งชาติจีน (AQSIQ) ย้ายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายตรวจตราและกักกันโรคของศุลกากรของประเทศจีน (General Administration of Customs of the People's Republic of China: GACC) ทั้งนี้ GACC เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบแอปเปิ้ลและไม้ซุงจากสหรัฐอเมริกา โดยเน้นตรวจหาเชื้อรา 3 ชนิด คือ เชื้อรา Neofabraea perennans (Bull’s Eye Rot) เชื้อรา Phacidiopycnis washingtonensis (Speck Rot) และ เชื้อรา Sphaeropsis pyriputrescens (Sphaeropsis Rot)  แมลง 3 ชนิด คือ แมลง Ips grandicollis (ด้วงเจาะเปลือกไม้) แมลง Curculionidae (แมลงค่อมทอง) และแมลง larvae of Cerambycinae (ด้วงหนวดยาว) และ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2017 สำนักงานควบคุมคุณภาพและตรวจสอบโรคแห่งชาติจีน (AQSIQ) ออกระเบียบใหม่บังคับว่าการขนส่งผลไม้สดจากต่างประเทศเข้าสู่จีนทุกครั้งต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด ผลไม้สดนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา หากขนส่งสินค้าปริมาณมากจะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมสินค้า ณ ท่าเรือ จนกว่าการทดสอบสินค้าเหล่านั้นจะผ่านกระบวนการตรวจสอบทั้งหมด โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 5 - 7 วัน ซึ่งปกติจะสามารถตรวจปล่อยสินค้าได้ทันที นอกจากนี้ยัง ต้นปี 2018 พบการระบาดของแมลงวันผลไม้ในเกาะทัสมาเนีย และออสเตรเลียตะวันตก

 

4. เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

1. ฝ่ายการเกษตรฯ มีความร่วมมือกับ ทีมอลล์ เฟรซ (Tmall Fresh) และ จิ้ว หัว ส้วน (Ju Hua Suan) ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรมไลฟ์สตรีมมิ่ง (Live Streaming) บุฟเฟต์ทุเรียนภายในงาน Thai Festival 2018 ผู้จัดงานเชิญแขกผู้มีเกีรยติของ T mall จำนวน 100 ท่าน เป็นผู้มีชื่อเสียงในโลกโซเชียลมีเดียเข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นวิธีการการผลักดันยอดขายทุเรียนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กงสุล (ฝ่ายการเกษตร) บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีเลือกซื้อทุเรียนคุณภาพจากไทย และลักษณะของทุเรียนที่ควรซื้อเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังมีการแสดงเล่าเรื่องราวการเดินทาง 120 ชั่วโมงของทุเรียนหมอนทองจากสวนทุเรียนไทยสู่ประเทศจีนผ่านการวาดรูปด้วยทราย

2. ฝ่ายการเกษตรฯ ได้สนับสนุนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เข้าร่วมจัดนิทรรศการ China Fruit Logistica 2018 มีวัตถุประสงค์เจรจาธุรกิจ ถือโอกาสอันดีสำหรับการเปิดตลาดขยายช่องทางการส่งออกผลไม้ไทย และผลักดันผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้ง นำผลไม้ไทยเกรดพรี่เมี่ยม คือ ทุเรียนหมอนทอง มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าว และเงาะ มาร่วมจัดแสดงและแจกให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองชิม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจีนจำนวนมาก

3. ฝ่ายการเกษตรฯ จัดงาน Durian Conference โดยเชิญแขกผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 60 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว มีวัตุประสงค์เพื่อสร้างประสบการณ์และเรียนรู้ทุเรียนชนิดต่างๆ ทั้งรูปร่าง รสชาติ ของแต่ละสายพันธุ์ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์ทุเรียน 4 สายพันธุ์จากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร คือ หมอนทอง กระดุมทอง ชะนี และก้านยาว มาทำกิจกรรม Blind Tasting พร้อมทั้งทำแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมงานแต่ละท่านต่อเนื้อสัมผัส รสชาติ กลิ่นของทุเรียนทั้ง 4 สายพันธุ์ที่จัดเตรียม  จากข้อมูลแบบสอบจำนวน 32 ชุดพบว่า ผู้เข้าร่วมงานมีความชื่นชอบทุเรียนพันธุ์กระดุมทองมากที่สุดจำนวน 19 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 59.38 รองลงมาคือ ทุเรียนสายพันธุ์ก้านยาวจำนวน 9 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 28.13 และทุเรียนสายพันธุ์หมอนทางและชะนีมีผู้ชื่นชอบจำนวนเท่ากันคือ 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.9

 

ฝ่ายเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ตกลง