สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์  
24 ก.ค. 2569
17
0
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์  

 

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ

     นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวณัฐฐิญา สุทธภักดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้

     1. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพรรณไม้สายพันธุ์ใหม่ ต้นทรัมเป็ต พันธุ์โกลเด้น อเมทิสต์ ที่ค้นพบโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า "พิมลลักษณ์" (หมายถึง "ลักษณะที่งามบริสุทธิ์") เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 โดยกรมวิชาการเกษตรได้ขึ้นทะเบียน รับรองพันธุ์พืชและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว พร้อมมอบหมายหน่วยงานในสังกัดเร่งเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เพิ่มเติมต่อไป

     2. ข่าวประชาสัมพันธ์เตือนการระบาดศัตรูพืช โรคใบด่างมันสำปะหลัง สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส Cassava mosaic virus ; CMV การแพร่ระบาดเกิดจาก การนำท่อนพันธุ์จากมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างไปปลูก และ แมลงหวี่ขาวยาสูบ ซึ่งเป็นแมลงพาหะ นำเชื้อจากต้นที่เป็นโรคไปสู่ต้นปกติ อาการ มันสำปะหลังจะแสดงอาการใบด่าง เหลือง ใบเสียทรง ลดรูป และยอดที่แตกใหม่ แสดงอาการด่างเหลือง อาการเหล่านี้ทำให้การสังเคราะห์แสงลดลง เป็นเหตุให้ผลผลิตลดลง

        ความเสียหาย 1) กรณีติดโรคจากท่อนพันธุ์ จะพบอาการแสดงตั้งแต่มันสำปะหลังอายุน้อย ทำให้มันสำปะหลังไม่สร้างหัวหรือหัวลีบเล็ก หากระบาดรุนแรง ผลผลิตอาจลดลงได้ถึง 80-100% 2) กรณีติดโรคจากแมลงหวี่ขาวยาสูบ พบอาการเมื่อต้นมันสำปะหลังอายุมาก ผลผลิตลดลง 10 - 40%

          หลักการสำคัญของมาตรการการอยู่ร่วมกันกับโรคใบด่าง สรุปเป็นข้อปฏิบัติได้ ดังนี้            1) ต้องปลูกด้วยพันธุ์ทนทานโรคใบด่าง ในที่นี้หมายถึงพันธุ์ที่เป็นโรคน้อย เช่น พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 72 และพันธุ์ห้วยบง 60 และต้องใช้ต้นพันธุ์สะอาด (หมายถึง ต้นพันธุ์ที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่ามีต้นเป็นโรคปะปนน้อยที่สุด) หรือปลูกด้วยพันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง 2) ต้องไม่ปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบด่าง เช่น พันธุ์ 89 (CMR 43-08-89 หรือพันธุ์ระยอง 11 หรือพันธุ์ที่ไม่ได้รับการรับรองสายพันธุ์จากหน่วยงานวิชาการ หรือพันธุ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา) 3) การปลูกใหม่แต่ละครั้งให้ใช้ต้นพันธุ์สะอาด 4) สำรวจและทำลายต้นที่เป็นโรคในช่วงอายุ 1 - 4 เดือนหลังปลูก (1 - 3 ครั้ง) และก่อนขุดเก็บเกี่ยว เพื่อเลือกต้นพันธุ์ที่ไม่เป็นโรคไปปลูกต่อ 5) ในกรณีพบการระบาดของโรคอย่างรุนแรง กระจายทั่วทั้งแปลง ให้ตัดวงจรการระบาดของโรค โดยควรกำจัดต้นมันสำปะหลังที่ตกค้างในแปลงปลูกเดิมให้สิ้นซาก

เพื่อไม่ให้มีแหล่งแพร่กระจายของโรคใบด่างในแปลงปลูก พักแปลงปลูกอย่างน้อย 2 เดือน หรือปลูกพืชหมุนเวียนชนิดอื่น เช่น ข้าวโพด อ้อย ถั่วเขียว และไม่ควรปลูกสบู่ดำ ระเหย และหม่อนซึ่งเป็นพืชอาศัยของเชื้อโรคใบด่าง และห้ามเคลื่อนย้ายต้นพันธุ์ออกนอกพื้นที่

     3. ระวังโรคใบด่างในพริก ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่พริกเจริญเติบโตได้ดี เพราะมีน้ำเพียงพอ แต่ความชื้นที่สูง ฝนตกต่อเนื่อง และสภาพอากาศที่แปรปรวน อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคในแปลงพริกระบาดได้ง่ายขึ้น หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ “โรคใบด่างในพริก” ซึ่งส่งผลต่อการสังเคราะห์แสง ทำให้ต้นพริกเจริญเติบโตช้าลง และอาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตได้ วิธีสังเกตอาการโรคใบด่างในพริก คือ 1) ใบมีลวดลายสีเขียวอ่อนสลับเขียวเข้ม ใบพริกอาจเกิดลายด่างคล้ายลายโมเสก สีใบไม่สม่ำเสมอ เป็นสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง 2) ใบหงิก งอ หรือมีรูปทรงผิดปกติ เมื่อพืชได้รับผลกระทบ ใบอ่อนอาจบิดเบี้ยว ขนาดเล็กลง ส่งผลให้พื้นที่ใบสำหรับสร้างอาหารลดลง 3) ต้นแคระแกร็น โตช้ากว่าปกติ ต้นที่ได้รับผลกระทบอาจมีการเจริญเติบโตลดลง แตกยอดน้อย และให้ผลผลิตต่ำลง 4) ผลพริกมีลักษณะผิดปกติ บางกรณีอาจพบผลมีขนาดเล็ก รูปร่างไม่สมบูรณ์ หรือคุณภาพลดลง

     เทคนิคดูแลพริกหน้าฝน ลดความเสี่ยงโรคใบด่าง 1) เลือกต้นพันธุ์แข็งแรงก่อนปลูก ควรเลือกเมล็ดพันธุ์หรือกล้าที่มีแหล่งที่มาเชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงต้นกล้าที่มีใบด่าง ใบหงิก หรือโตผิดปกติ 2) จัดการแปลงให้โปร่ง อากาศถ่ายเท ปลูกพริกในระยะที่เหมาะสม ไม่ให้ทรงพุ่มแน่นเกินไป เพื่อลดความชื้นสะสมในแปลง 3) หมั่นสำรวจแมลงพาหะ ตรวจดูบริเวณยอดอ่อนและใต้ใบ โดยเฉพาะช่วงฝนตกสลับแดด เพราะเป็นช่วงที่แมลงบางชนิดเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว 4) ถอนต้นที่แสดงอาการผิดปกติ หากพบต้นที่มีอาการคล้ายโรคใบด่าง ควรแยกออกจากแปลงและจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสแพร่กระจายไปยังต้นอื่น 5) บำรุงต้นให้สมบูรณ์ การจัดการดิน ใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม และเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ช่วยให้ต้นพริกแข็งแรงและฟื้นตัวจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดีขึ้น

     4. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเก ประกาศรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดินจังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี 2570 จำนวน 4 สาขา ได้แก่ 1) ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย 2) ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง 3) ปราชญ์เกษตรดีเด่น 4) ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย คุณสมบัติเป็นไปตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด สิทธิประโยชน์ของผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน 1) เข้ารับพระราชทานโล่ หรือเหรียญเชิดชูเกียรติ หรือประกาศนียบัตรในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดินกำหนด 2) รางวัล หรือสวัสดิการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดินกำหนด

     ทั้งนี้ สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ชั้น 4 โทรศัพท์ 045-612925

     5. ประชาสัมพันธ์กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน วัตถุประสงค์ของกองทุน 1) เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินและไถ่/ไถ่ถอนที่ดินหรือซื้อที่ดินคืน 2) เพื่อซื้อที่นาเช่าตาม พรบ.การเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม 3) เพื่อการประกอบอาชีพ (ลูกหนี้รายเดิม)

        ผู้มีสิทธิขอความช่วยเหลือ 1) เป็นเกษตรกร หรือผู้ยากจน หรือเป็นบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกรหรือผู้ยากจน  อายุไม่เกิน 60 ปี หากมีอายุเกิน 60 ปี ต้องมีผู้กู้ร่วม 2) มีหนี้สินจากการนำที่ดินไปขายฝาก จำนอง หรือกู้ยืมเงิน 3) มีความประสงค์จะซื้อที่นาเช่าตามสิทธิแห่งกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 4) มีหนี้สินอันเกิดจากเหตุสุจริต จำเป็น และเป็นภาระหนัก

        ที่ดินที่จะไถ่ถอนหรือซื้อคืน 1) ต้องเป็นที่ดินของเกษตรกรหรือผู้ยากจน หรือเป็นของบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกร หรือผู้ยากจน 2) เอกสารสิทธิที่ดินที่สามารถขอความช่วยเหลือ ได้แก่ โฉนด (น.ส.4 จ) หรือ น.ส.3ก หรือ น.ส.3ข หรือ น.ส.3 เท่านั้น 3) ที่ดินต้องไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรืออยู่ในเขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ 4) ที่ดินต้องไม่มีข้อจำกัดเรื่องการห้ามโอนเกิน 5 ปี 5) กรณีสูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแล้วเนื่องจากการขายฝาก หรือจำนอง หรือกู้เงิน ต้องไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่สูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์นั้น กรณีเกินกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้กู้ยืมต้องยังคงทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  

        ประเภทเจ้าหนี้ 1) เจ้าหนี้นอกระบบ หรือเจ้าหนี้ที่เป็นบุคคลทั่วไป 2) เจ้าหนี้นิติบุคคล ได้แก่ ธนาคารต่างๆ สหกรณ์ บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบธุรกิจการให้กู้ยืม ซึ่งต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชำระหนี้ จำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือ

        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางชั้น 4 อำเภอเมืองศรีสะเกษ เบอร์โทร 045-612925

     6. ลักษณะปุ๋ยเคมีปลอม 1) ปุ๋ยเคมี หรือวัตถุที่ทำเทียบ ทั้งหมด หรือบางส่วน เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยเคมีแท้ 2) ปุ๋ยเคมี ที่แสดงชื่อว่าเป็นปุ๋ยเคมีอื่นซึ่งไม่ตรงกับความจริง 3) ปุ๋ยเคมี ที่แสดงชื่อ หรือเครื่งหมายการค้าของผู้ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า หรือสถานที่ผลิตไม่ตรงกับความจริง 4) ปุ๋ยเคมี ที่แสดงว่าเป็นปุ๋ยเคมีมาตรฐาน หรือเป็นปุ๋ยเคมีตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง 5) ปุ๋ยเคมี ที่ผลิตขึ้นโดยมีปริมาณธาตุอาหารรับรองธาติใดธาตุหนึ่ง ต่ำกว่าร้อยละสิบ ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือที่ระบุไว้บนฉลาก

     7. เตือนผู้บริโภคเนื้อหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มีความเสี่ยงต่อโรคไข้หมูดิบ (โรคไข้หูดับ) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis เชื้อสามารถปนเปื้อนอยู่ในเนื้อหมู เลือดหมู และอวัยวะภายในของหมูได้ หากรับประทานโดยปรุงไม่สุก หรือสัมผัสเนื้อหมูดิบผ่านบาดแผล ก็อาจติดเชื้อได้

        อาการของโรคไข้หมูดิบ หลังได้รับเชื้อประมาณ 1–14 วัน อาจมีอาการ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน การได้ยินลดลงหรือหูดับอย่างเฉียบพลัน รายที่รุนแรงอาจติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก และเสียชีวิตได้

        วิธีป้องกัน รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกทั่วถึง หลีกเลี่ยงลาบหมูดิบ ก้อยหมู เลือดหมูดิบ และอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ แยกอุปกรณ์สำหรับเนื้อหมูดิบและอาหารสุก ล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสเนื้อหมูดิบ หากมีบาดแผล ควรสวมถุงมือเมื่อจับเนื้อหมูดิบ

     8. เรื่องนี้มีคำตอบ กับกรมส่งเสริมการเกษตร เอลนีโญ ส่งผลต่อภาคการเกษตร คือส่งผลให้ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำต้นทุนลดลง จนนำไปสู่สภาวะขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก เกิดคลื่นความร้อน อากาศร้อนจัด จนสร้างความเสียหายให้กับพืช อีกทั้งยังเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของโรคพืช - แมลงศัตรูพืช

        เกษตรกรควรเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ โดยวางแผนการเพาะปลูก วางแผนการใช้น้ำ ปรับปฏิทินการเพาะปลูก และแบ่งปลูกเป็นรุ่นๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ

ตกลง