วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ
นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวณัฐฐิญา สุทธภักดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ ร่วมกับ นายโสฬส เหมือนตา หัวหน้าแผนกพัฒนาและฝึกอบรม การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้
1. กรมประมงเตือนเกษตรกรผู้ทำการประมง เฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน ได้แก่ โรคไวรัส TiLV โรคจำพวกแบคทีเรีย โรคเหงือกดำในพวกกุ้งก้ามกราม และ 5 สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในรอบวัน 2) ปริมาณออกซิเจนในน้ำจะลดลงอย่างฉับพลัน 3) อาหารสะสมก้นบ่อ เนื่องจากสัตว์น้ำกินอาหารลดลงทำให้สารอินทรีย์เพิ่มขึ้น 4) สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดความเครียด อ่อนแอ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ง่าย และ 5) ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ลดลง
2. เตือนผู้บริโภคเนื้อหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มีความเสี่ยงต่อโรคไข้หมูดิบ (โรคไข้หูดับ) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis เชื้อสามารถปนเปื้อนอยู่ในเนื้อหมู เลือดหมู และอวัยวะภายในของหมูได้ หากรับประทานโดยปรุงไม่สุก หรือสัมผัสเนื้อหมูดิบผ่านบาดแผล ก็อาจติดเชื้อได้
อาการของโรคไข้หมูดิบ หลังได้รับเชื้อประมาณ 1–14 วัน อาจมีอาการ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน การได้ยินลดลงหรือหูดับอย่างเฉียบพลัน รายที่รุนแรงอาจติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก และเสียชีวิตได้
วิธีป้องกัน รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกทั่วถึง หลีกเลี่ยงลาบหมูดิบ ก้อยหมู เลือดหมูดิบ และอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ แยกอุปกรณ์สำหรับเนื้อหมูดิบและอาหารสุก ล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสเนื้อหมูดิบ หากมีบาดแผล ควรสวมถุงมือเมื่อจับเนื้อหมูดิบ
3. ประชาสัมพันธ์กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน วัตถุประสงค์ของกองทุน 1) เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินและไถ่/ไถ่ถอนที่ดินหรือซื้อที่ดินคืน 2) เพื่อซื้อที่นาเช่าตาม พรบ.การเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม 3) เพื่อการประกอบอาชีพ (ลูกหนี้รายเดิม)
ผู้มีสิทธิขอความช่วยเหลือ 1) เป็นเกษตรกร หรือผู้ยากจน หรือเป็นบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกรหรือผู้ยากจน อายุไม่เกิน 60 ปี หากมีอายุเกิน 60 ปี ต้องมีผู้กู้ร่วม 2) มีหนี้สินจากการนำที่ดินไปขายฝาก จำนอง หรือกู้ยืมเงิน 3) มีความประสงค์จะซื้อที่นาเช่าตามสิทธิแห่งกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 4) มีหนี้สินอันเกิดจากเหตุสุจริต จำเป็น และเป็นภาระหนัก
ที่ดินที่จะไถ่ถอนหรือซื้อคืน 1) ต้องเป็นที่ดินของเกษตรกรหรือผู้ยากจน หรือเป็นของบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกร หรือผู้ยากจน 2) เอกสารสิทธิที่ดินที่สามารถขอความช่วยเหลือ ได้แก่ โฉนด น.ส.4 จ หรือ น.ส.3ก หรือ น.ส.3ข หรือ น.ส.3 เท่านั้น 3) ที่ดินต้องไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรืออยู่ในเขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ 4) ที่ดินต้องไม่มีข้อจำกัดเรื่องการห้ามโอนเกิน 5 ปี 5) กรณีสูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแล้วเนื่องจากการขายฝาก หรือจำนอง หรือกู้เงิน ต้องไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่สูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์นั้น กรณีเกินกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้กู้ยืมต้องยังคงทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ประเภทเจ้าหนี้ 1) เจ้าหนี้นอกระบบ หรือเจ้าหนี้ที่เป็นบุคคลทั่วไป 2) เจ้าหนี้นิติบุคคล ได้แก่ ธนาคารต่างๆ สหกรณ์ บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบธุรกิจการให้กู้ยืม ซึ่งต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชำระหนี้ จำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางชั้น 4 อำเภอเมืองศรีสะเกษ เบอร์โทร 045-612925
4. ราคากลางตลาดยางพารา โดยสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดบุรีรัมย์ ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) 86 บาท/กิโลกรัม ยางแผ่นดิบคุณภาพดี (ความชื้นไม่เกิน 3%) 83.50 บาท/กิโลกรัม ราคาน้ำยางสด ณ หน้าโรงงาน (DRC ไม่ต่ำกว่า 35%) 74 บาท/กิโลกรัม ราคายางก้อนถ้วย (DRC100%) 68.60 บาท/กิโลกรัม
5. การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเลิกใช้ผงขาว หรือ แคลเซียมคลอไรด์ ผสมน้ำยางสด หากยางผสมผงขาว ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้าม ทางโรงงานไม่รับซื้อเด็ดขาด เพราะส่งผลกระทบต่อคุณภาพยาง หากมีการตรวจพบยางที่ผสมผงขาว ปรับก้อนละ 10,000 – 20,000 บาท
6. เฝ้าระวังโรคใบร่วงชนิดใหม่ของยางพารา ลักษณะอาการของโรค สังเกตได้จากอาการบน ใบแก่ ระยะแรก ใต้ใบมีรอยช้ำค่อนข้างกลม ส่วนด้านบนของใบในบริเวณเดียวกันจะเริ่มมีสีเหลือง
ระยะต่อมา จุดสีเหลืองขยายใหญ่ขึ้น เปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือสีน้ำตาล ขอบแผลมีสีดำ และพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อตายสีน้ำตาลจนถึงขาวซีด แผลมีลักษณะ ค่อนข้างกลมและมีขนาดใหญ่ โดยอาจพบหลายแผลในใบเดียวกัน และแผลสามารถขยายหรือซ้อนกันจนเป็นแผลขนาดใหญ่ เมื่อโรครุนแรง ใบจะเหลืองและร่วงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักติดต่อกัน ในบางกรณีเชื้อสามารถเข้าทำลายกิ่งบริเวณใกล้ปลายยอด ทำให้เกิดอาการ แห้งตายจากยอดได้
สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. และ เชื้อรา Colletotrichum sp. โดยในใบยางพาราหนึ่งใบอาจพบเชื้อรามากกว่าหนึ่งชนิดเข้าทำลายร่วมกันได้
การแพร่ระบาด โรคสามารถแพร่กระจายได้จากหลายปัจจัย ได้แก่ น้ำฝนและละอองฝน – ช่วยพาสปอร์ของเชื้อราไปยังใบและต้นข้างเคียง ลม – ช่วยพัดพาสปอร์ของเชื้อราไปยังพื้นที่อื่น ต้นพันธุ์หรือวัสดุปลูก – การเคลื่อนย้ายจากพื้นที่ที่มีโรคสามารถนำเชื้อไปสู่พื้นที่ใหม่ ใบที่เป็นโรคและร่วงสะสมในสวน – เป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา สภาพอากาศชื้นและฝนตกต่อเนื่อง – เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดและแพร่ระบาดของโรค
แนวทางในการควบคุมโรค 1) สำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ 2) ลดแหล่งสะสมของเชื้อ 3) ดูแลต้นยางให้แข็งแรง 4) ใช้ชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อควบคุมเชื้อ 5) การใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อรา 6) หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายวัสดุจากแปลงที่พบโรค
7. กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเมื่อพืชเสียหายจากภัยพิบัติ เกษตรกรต้องทำครบ 3 ขั้นตอน เพื่อสิทธิ์ขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ 1) เช็คทะเบียนเกษตรกรให้ชัวร์ 2) ยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01) 3) ร่วมประชาคม และติดตามรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ หากมีข้อสงสัยหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน
8. เฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน 1) โรคระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ : มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก และอ่อนเพลีย โรคโควิด-19 : อาจมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรืออาการทางระบบทางเดินหายใจ โรคปอดบวม : โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 2) โรคที่มียุงเป็นพาหะ ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3) โรคฉี่หนู (Leptospirosis) พบได้มากในช่วงน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ชื้นแฉะ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่สัมผัสน้ำและดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ 4) โรคจากอาหารและน้ำ ได้แก่ อาหารเป็นพิษ อุจจาระร่วง โรคบิด ไวรัสตับอักเสบเอ 5) ภัยจากสัตว์มีพิษ ในช่วงฝนตก สัตว์มีพิษอาจหนีน้ำเข้ามาอยู่บริเวณบ้าน เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง 6) ภัยจากฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วม ควรระวัง ฟ้าผ่า ไฟฟ้ารั่ว น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง