สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์  
25 ก.ย. 2569
17
0
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์  

 

วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ

     นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวณัฐฐิญา สุทธภักดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้

     1. กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ยืนยันหากกระทบสิทธิเกษตรกรจะไม่ทำ

        นายสรวุฒิ เนื่องจากนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมรับข้อเสนอจากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ประเทศไทย กรณีขอให้รัฐบาลไม่รับข้อเสนอการคุ้มครองสิทธิผู้ปรับปรุงพันธุ์พืชตามอนุสัญญา UPOV 1991 ผ่าน FTA ไทย-สหภาพยุโรป ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

        ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยยังไม่มีข้อยุติว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการหารือเช่นกัน เพื่อให้การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

        สำหรับข้อกังวลเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ ยืนยันว่าเกษตรกรยังคงสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมไว้ใช้เองได้ตามปกติ เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับการวิจัยพัฒนาขึ้นมาเท่านั้น โดยหากพบว่าประเด็นใดทำให้เกษตรกรเสียสิทธิหรือเสียเปรียบ รัฐบาลจะไม่ดำเนินการอย่างแน่นอน พร้อมเปิดเวทีเชิญทุกฝ่ายร่วมหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

     2. ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 (เวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการให้ความช่วยเหลือ ไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่เกิดภัย)

        ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ ขั้นตอนที่ 1 เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว ขั้นตอนที่ 2 เกษตรกรยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายกเทศมนตรี ตรวจสอบและรับรองความเสียหาย ขั้นตอนที่ 3 คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ตรวจสอบและรับรองความเสียหาย ขั้นตอนที่ 4 นำรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปติดประกาศตามสถานที่ที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 3 วัน

        ขั้นตอนการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ สำนักงานเกษตรอำเภอเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรร (หากไม่เพียงพอ) ให้สำนักงานเกษตรจังหวัดเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. พิจารณาให้ความช่วยเหลือ (หากไม่เพียงพอ) ให้คณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ขอใช้เงินทดรองราชการ ในอำนาจ ปลัด กษ.

        เกษตรกรโปรดระวังมิจฉาชีพ ผู้โอนเงินช่วยเหลือ คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และโอนตรงเข้าบัญชีเกษตรกรเท่านั้น

     3. กรมประมงแจ้งเตือนเกษตรกร เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน ตามแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัย ปี 2569 โดยแบ่งแนวทางปฏิบัติออกเป็น 3 ระยะสำคัญดังนี้

        1) ระยะก่อนเกิดภัย (เตรียมความพร้อม) วางแผนการเลี้ยง ทยอยจับผลผลิต เสริมความแข็งแรงบ่อ ตรวจ   

        2) ระยะเกิดภัย (ขณะประสบภัย) หยุดให้อาหาร ควบคุมการระบายน้ำ สังเกตอาการ

        3) ระยะหลังเกิดภัย (ฟื้นฟูหลังน้ำลด) ปรับปรุงคุณภาพน้ำ รักษาโรค สำรวจความเสียหาย   

     4. เตือนภัยการเกษตร ระวังหนอนเจาะผลมะเขือในมะเขือ

        สภาพอากาศในช่วงนี้ฝนตกบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกมะเขือในระยะติดผลรับมือหนอนเจาะผลมะเขือระยะเจริญเติบโต หนอนเจาะผลมะเขือทำความเสียหายแก่ยอดมะเขือ โดยตัวหนอนเจาะเข้าไปกินภายในลำต้น สูงจากยอดประมาณ 10 เซนติเมตร ทำให้ยอดเหี่ยว เวลาแดดจัด ระยะติดผล หนอนจะเจาะเข้าไปกินภายในผล

        แนวทางป้องกันและแก้ไข

        1) หมั่นสำรวจตรวจแปลง และเก็บยอดหรือผลที่ถูกทำลายทิ้ง

        2) ถ้าพบยอดเหี่ยว 3–5 เปอร์เซ็นต์ หรือผลอ่อนถูกทำลาย 5–10 เปอร์เซ็นต์ พ่นสารเมตาไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 80 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เลือกใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรพ่นสารติดต่อกันอย่างน้อย 2–3 ครั้ง ห่างกัน 1 สัปดาห์

     5. กรมส่งเสริมการเกษตร แนะแนวทางการเตรียมการปลูกพืชผักในช่วงฤดูฝน

        กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรและประชาชนผู้สนใจเตรียมความพร้อมสำหรับการปลูกพืชผักในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันความเสียหายจากปัญหาโรคพืชและน้ำท่วมขัง โดยเน้นย้ำการบริหารจัดการพื้นที่และดินอย่างถูกวิธี การเตรียมความพร้อมในการปลูกผักช่วงฤดูฝน ควรเริ่มจากการปรับปรุงระบบระบายน้ำในแปลงปลูก ยกร่องแปลงให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังรากพืช การตรวจเช็กและปรับสภาพความเป็นกรด - ด่างของดิน พร้อมทั้งบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความโปร่งและร่าร่าของดิน นอกจากนี้ ควรเลือกปลูกพืชผักชนิดที่ทนทานต่อฝนหรืออายุเก็บเกี่ยวสั้น เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง หรือผักชี และเตรียมแปลงให้มีระบบปกป้องหน้าดินเพื่อลดการกระแทกของเม็ดฝน

        การเตรียมการอย่างถูกวิธีนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคพืชที่มักระบาดในฤดูฝน เช่น โรครากเน่าและโคนเน่าแล้ว ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี มีผลผลิตที่มีคุณภาพ และช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูแปลงเกษตรหลังจากเกิดฝนตกหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายละเอียดการเตรียมความพร้อม การจัดการแปลง ยกร่องแปลงให้สูงขึ้น ปรับปรุงระบบระบายน้ำ การบำรุงดิน ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อเพิ่มการระบายน้ำของดิน การเลือกพืช เลือกผักที่โตไว หรือทนทานต่อความชื้นสูง

ตกลง